ไทย-กัมพูชาหารือ RBC ช่องสะงำ ย้ำกลไกทวิภาคี ลดความตึงเครียดชายแดน

Uncategorized

ไทย-กัมพูชาหารือ RBC ช่องสะงำ ย้ำกลไกทวิภาคี ลดความตึงเครียดชายแดน

ศรีสะเกษ – เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น. กองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) ด้านกองทัพภาคที่ 2 และกองเลขานุการ RBC ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 ราชอาณาจักรกัมพูชา จัดการประชุมประสานการปฏิบัติอย่างไม่เป็นทางการ ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อหารือและประสานการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน

การประชุมเกิดขึ้นหลังภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชาประสานมายังกองทัพภาคที่ 2 เพื่อขอให้มีการพบปะหารือระหว่างกองเลขานุการ RBC ของทั้งสองฝ่าย โดยมีเสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ในฐานะประธานกองเลขานุการ RBC ด้านกองทัพภาคที่ 2 และรองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4 ในฐานะประธานกองเลขานุการ RBC ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 ทำหน้าที่ประธานของแต่ละฝ่าย

บรรยากาศการหารืออยู่ภายใต้แนวทางการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีและสันติวิธี โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ลดความตึงเครียด และร่วมกันรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน

ฝ่ายไทยประกอบด้วยคณะจากกองทัพภาคที่ 2 พร้อมผู้สังเกตการณ์จาก AOT-Thailand ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามีคณะจากภูมิภาคทหารที่ 4 พร้อมผู้สังเกตการณ์จาก AOT-Cambodia เข้าร่วม

ในการหารือ ฝ่ายกัมพูชาเสนอให้กองเลขานุการ RBC ของทั้งสองฝ่ายประสานงานกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดน พร้อมเสนอให้กำกับดูแลการปฏิบัติของหน่วยในพื้นที่ให้เป็นไปตามกรอบที่เกี่ยวข้องกับถ้อยแถลงการประชุม GBC ครั้งที่ 3/2568 และให้คงสถานภาพพื้นที่ไว้จนกว่ากลไกด้านเขตแดนจะดำเนินการตามขั้นตอน

ฝ่ายกัมพูชายังเสนอให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน โดยเฉพาะการป้องกันข่าวปลอมบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและเพิ่มความตึงเครียดตามแนวชายแดน พร้อมยืนยันว่า การกำหนดเส้นเขตแดนที่ชัดเจนเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ของทั้งสองประเทศ

ด้านฝ่ายไทยเน้นย้ำให้ทั้งสองฝ่ายดำรงการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมของการประชุม GBC สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 รวมถึงผลการประชุม RBC ที่ผ่านมาอย่างเคร่งครัด โดย GBC ครั้งดังกล่าวมีการลงนามถ้อยแถลงร่วมเกี่ยวกับมาตรการลดความตึงเครียดและการหยุดยิง ซึ่งกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายหลีกเลี่ยงการเคลื่อนกำลังหรือการกระทำที่อาจนำไปสู่การเผชิญหน้า

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยเน้นการสร้างความเข้าใจแก่หน่วยและกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อให้มีแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกัน ลดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงขอให้มีการประสานสร้างความเข้าใจกับสื่อมวลชนของแต่ละฝ่าย เพื่อให้การนำเสนอข้อมูลเป็นไปอย่างถูกต้องและร่วมกันป้องกันข่าวปลอม

สำหรับกรณีการปรับปรุงฐานที่มั่นและแนวป้องกันฐาน ฝ่ายไทยชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวอยู่ภายในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทย ตามข้อมูลที่ฝ่ายไทยนำเสนอในการประชุมครั้งนี้

กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่าจะยังคงดำเนินการตามกรอบการหารือและถ้อยแถลงที่เกี่ยวข้อง พร้อมปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลพื้นที่และรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน โดยเน้นการประสานงานผ่านกลไกที่มีอยู่และการแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางสันติวิธี