เกาะติดสภา! กมธ.วิสามัญงบประมาณ วุฒิสภา เดินหน้าพิจารณางบฯ ปี 2570 ของ 14 หน่วยงานสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำใช้งบคุ้มค่า โปร่งใส และตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ

Uncategorized

เกาะติดสภา! กมธ.วิสามัญงบประมาณ วุฒิสภา เดินหน้าพิจารณางบฯ ปี 2570 ของ 14 หน่วยงานสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำใช้งบคุ้มค่า โปร่งใส และตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 411 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา ได้จัดประชุมครั้งที่ 4 เพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณให้เกิดความคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศและความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

การประชุมช่วงเช้าได้เชิญผู้บริหารจาก 6 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เข้าชี้แจงรายละเอียดคำของบประมาณ พร้อมตอบข้อซักถามของคณะกรรมาธิการในประเด็นที่เกี่ยวข้อง

ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริหารราชการภาครัฐและการบริหารกำลังคน โดยมีข้อเสนอให้สำนักงาน ก.พ. และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเร่งปรับโครงสร้างกำลังคนให้สอดคล้องกับภารกิจของภาครัฐในอนาคต พร้อมผลักดันการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ลดขั้นตอน ลดต้นทุน และยกระดับการบริหารงานภาครัฐให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

ด้านการส่งเสริมการลงทุน คณะกรรมาธิการได้เสนอให้ BOI ทบทวนแนวทางการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเน้นการลงทุนที่ก่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากรไทย การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงตัวเลขมูลค่าการลงทุน

สำหรับด้านทรัพยากรน้ำและสาธารณสุข ที่ประชุมได้เสนอให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติบูรณาการแผนบริหารจัดการน้ำร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของโครงการและเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกัน ได้เสนอแนะให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติพัฒนาระบบบริการสุขภาพและนวัตกรรมทางการแพทย์ให้ประชาชนทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

ในช่วงบ่าย คณะกรรมาธิการได้พิจารณางบประมาณของ 8 หน่วยงาน ประกอบด้วย สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) องค์การบริหารไนท์ซาฟารี (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) รวมทั้งกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

คณะกรรมาธิการได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพประเทศสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยเสนอให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัลและสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลภาครัฐ ระบบความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและรองรับการให้บริการภาครัฐในยุคดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพและสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้พัฒนาหลักสูตรและองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับทักษะแห่งอนาคต เพื่อเตรียมกำลังคนให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล

ในด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยว คณะกรรมาธิการได้เน้นย้ำให้สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และองค์การบริหารไนท์ซาฟารี ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพในการพัฒนาโครงการที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ยกระดับ Soft Power ของประเทศไทย และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs คณะกรรมาธิการได้เสนอให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พัฒนาระบบการสนับสนุนทางการเงินให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส เข้าถึงได้ง่าย และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของ SMEs ซึ่งเป็นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวว่า “คณะกรรมาธิการจะพิจารณางบประมาณของทุกหน่วยงานด้วยความรอบคอบ ยึดหลักความคุ้มค่า ความโปร่งใส และผลสัมฤทธิ์ของการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์ของภาษีประชาชนสามารถสร้างประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนได้อย่างแท้จริง”

ด้าน นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวว่า “การพิจารณางบประมาณในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งตรวจสอบเพียงตัวเลขงบประมาณ แต่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของการใช้จ่ายงบประมาณ การบริหารจัดการที่โปร่งใส การบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน และการสร้างคุณค่าต่อประชาชนและประเทศในระยะยาว”

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จะเดินหน้าพิจารณางบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ก่อนจัดทำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเสนอต่อวุฒิสภา เพื่อประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระต่อไป.

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
https://www.senate.go.th/view/502/main/TH-TH/