อัยการเลื่อนฟังคำสั่งคดี “เถ้าแก่หลี-โอ๋เกรียงไกร” เป็น 30 ก.ย. หลังถูก อบจ.สงขลาแจ้งความ

Uncategorized

อัยการเลื่อนฟังคำสั่งคดี “เถ้าแก่หลี-โอ๋เกรียงไกร” เป็น 30 ก.ย. หลังถูก อบจ.สงขลาแจ้งความ

สงขลา – “เถ้าแก่หลี” นายเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ และ “โอ๋” นายเกรียงไกร คมขำ สองแกนนำภาคประชาชนจังหวัดสงขลา เดินทางตามนัดที่สำนักงานอัยการเขต 9 จ.สงขลา เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เพื่อรายงานตัวพร้อมรับฟังความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีอาญา กรณีถูกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับการบุกรุกสถานที่ราชการ จากกรณีเข้าไปตรวจสอบเรือของ อบจ.สงขลา

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนส่งให้อัยการ โดยอัยการรับสำนวนไว้พิจารณาแล้ว แต่ยังไม่ได้มีคำสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้องในวันนี้ และนัดให้ทั้งสองมาฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 30 กันยายน 2569

นายเกรียงไกร คมขำ กล่าวว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายและต่อสู้ตามพยานหลักฐาน โดยยืนยันว่าการดำเนินการของตนเป็นไปด้วยความสุจริต พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการส่งตัวและสำนวนคดีมายังอัยการดำเนินการอย่างรวดเร็ว จึงมีข้อสงสัยว่ามีบุคคลอื่นหรือผู้มีอำนาจเร่งรัดหรือไม่ และมองว่าการดำเนินคดีอาจมีลักษณะเป็นการดำเนินการเพื่อกดดันหรือปิดกั้นการตรวจสอบ ทั้งนี้เป็นข้อสังเกตและความเห็นของผู้ต้องหา

ด้านนายเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ กล่าวว่า นี่เป็นคดีอาญาครั้งแรกในชีวิต แต่ไม่รู้สึกหวาดกลัวหรือท้อถอย และจะเดินหน้าตรวจสอบการใช้งบประมาณของ อบจ.สงขลาต่อไปตามแนวทางที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

นายเฉลิมชัยยังกล่าวด้วยว่า เดิมมีกำหนดเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เนื่องจากมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ แต่ได้ขออนุญาตแพทย์เดินทางมารายงานตัวตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยระหว่างเดินทางและเข้าพบอัยการยังต้องติดเครื่องติดตามการทำงานของหัวใจไว้ ก่อนจะเดินทางกลับเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาล

ด้านทนายความของทั้งสองระบุว่า วันนี้เป็นการมารายงานตัวตามนัดของพนักงานสอบสวน ซึ่งได้ส่งสำนวนให้อัยการและอัยการรับสำนวนไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้มีคำสั่งคดี โดยวันที่ 30 กันยายน อัยการจะพิจารณาสำนวน พยานหลักฐาน และคำร้องขอความเป็นธรรมที่ฝ่ายทนายความได้ยื่นไว้ประกอบการพิจารณา

ทั้งนี้ หากการพิจารณาสำนวนยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ 30 กันยายน อัยการอาจมีการนัดฟังคำสั่งในวันอื่นต่อไป ขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณาของพนักงานอัยการ

ขณะที่ นายสมโภช โชติชูช่วง อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และหนึ่งในเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดสงขลา ได้นำข้าวผัดมามอบให้ทั้งนายเฉลิมชัยและนายเกรียงไกร เพื่อเป็นกำลังใจ พร้อมแสดงความคิดเห็นว่าคดีดังกล่าวมีขั้นตอนที่รวดเร็วผิดปกติในมุมมองของตน และเห็นว่าคดีลักษณะนี้ควรได้รับการพิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ โดยข้อคิดเห็นดังกล่าวเป็นความเห็นส่วนบุคคล

สำหรับคดีดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ โดยยังไม่มีคำสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง และผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด