เจ้าของ มินิมาร์ท สงขลา ร้อง สว.สายสื่อ ถูก แก๊งต้มตุ่นวางแผนหลอกโอนเงินชำระหนี้ แจ้งแจ้งความเอาผิด ถูก อายัดบัญชีทั้งหมด และตำรวจไม่ยอมเรียกร่วมขบวนการมาสอบสวน ทั้งที่มีตัวตนและหลักฐาน

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2569 นางสาวกุลธิดา วิสะมิตนันท์ เจ้าของมินิมาร์ท ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มาร้องทุกข์ ของความเป็นธรรม จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในข้อหา ฉ้อโกง โดย ผู้ร้อง ได้แจ้งว่า ก่อนที่จะมาร้องทุกข์ ได้ถูกแก๊งต้มตุ๋น หรือ สแกมเมอร์ ที่เป็นลูกชายประจำ ชื่อนายอดุลย์ ขอสงวนนามสกุล ซึ่งอยู่ใน ต.ทุ่งหวัง อ.เมือง สงขลา ซึ่งเคยมาซื้อสินค้าบ่อยครั้งและได้เงินค่าสินค้าจำนวน 200 กว่าบาท โดยโทรมาขอหมายเลขบัญชีเพื่อโอนเงินมาให้ ต่อมามีเงินโอนเข้าบัญชีของตน 26,000 บาท หลังจากนั้น นายอดุลย์ ได้ เดินทางมาที่ร้าน และแจ้งว่ามีผู้โอนเงินมาชำระค่าสินค้า โดยโอนเกินมา และขอเงินที่โอนเกินมาเป็นเงินสด โดยมีการบอกยอดเงินที่ถูกต้อง ตนจึงได้ให้เงินสดจำนวนที่โอนเกินมาให้นายอดุลย์ เพราะเห็นว่าข้อมูลตรงกัน หลังจากนั้นตนได้รับโทรศัพท์จาก นายสุพจน์ แซ่ห่าน ที่อ้างว่าอยู่ จ.สระแก้ว และเป็นผู้โอนเงิน 26,000 บาท ซึ่งเป็นการโอนผิดบัญชี ขอให้ตนโอนคืน ตนได้แจ้งว่า เงินจำนวนนั้นนายอดุลอ้างว่าเป็นการมาโอนจ่ายค่าสินค้าที่ติดค้าง และได้รับเงินส่วนที่โอนเกินมาคืนไปแล้วเป็นเงินสด ที่นายสุพจน์ อ้างว่าไม่รู้จัก ไม่เกี่ยวข้องกับนายอดุลย์ และหากไม่โอนคืนให้ทั้ง 26,000 บาท จะไปแจ้งความ
หลังเกิดเหตุ นายสุพจน์ได้ แจ้งความที่ สภ.สระแก้ว ซึ่งพนังานสอบสวนกล่าวว่าเข้าข่ายฉ้อโกง และ ตนได้ไปแจ้งความที่ สภ.สงขลา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดตามนายอดุลย์ ที่เป็นผู้รับเงินสดที่นายสุพจน์โอนมา เพื่อให้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินกับนายอดุลย์ เพราะตนเชื่อว่าเป็นผู้ที่สมคบกับนายสุพจน์ เพราะเป็นผู้ส่งบัญชีของตนให้นายสุพจน์ และนายสุพจน์โอนเงินเข้ามา และนายอดุลย์มารับเงินทอน หลังจากนั้นนายสุพจน์ก็โทรมาว่าโอนเงินผิด แต่ ตำรวจ สภ.เมือง สงขลา กล่าว่าตนเป็นผู้ต้องหา และไม่ยอมออกหมายเรียกนายอดุลย์มาสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง โดยอ้างว่าเป็นหน้าที่ของ สภ.สระแก้ว ทั้งที่ตนได้มอบหลักฐานทั้งหมด รวมทั้งภาพถ่านของนายอดุลย์จากกล้องวงจรปิด ที่ถิ่นฐานที่อยู่ของนายอดุลย์ รวมทั้งพฤติกรรม ที่มีการใช้วิธีการแบบเดียวกับที่หลอกลวงคนอีกหลายรายใน จ.สงขลา แต่ ตำรวจ ไม่ยอม เรียกตัวนายอดุลย์ มาสืบสวน สอบสวน และ แจ้งข้อกล่าวหา
ตนได้รับความเดือนร้อนเป็นอันมาก เพราะมีการอายัดบัญชีทุกบัญชีของตน ทำให้การทำธุรกรรมต่างไของร้านค้าติดขัดไปหมด จึงมาร้องขอความเป็นธรรม โดยขอให้เจ้าหน้าที่ สภ.เมือง สงขลา นำตัวนายอดุลย์ มาสืบสวน สอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าเกี่ยวข้องกับนายสุพจน์หรือไม่ และขอให้มีการ ถอนการอายัดบัญชีอื่นๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีที่มีการโอนเงินจากนายสุพจน์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้งขอให้ ตำรวจ สภ.สระแก้ว ออกหมายเรียกนายอดุลย์ไปสืสวนสอบสวนด้วยว่า เกี่ยวข้องกับนายสุพจน์ อย่างไร เพราะนายอดุลย์เป็นผู้ส่งหมายเลขบัญชีของตนให้นายสุพจน์โอนเงิน 26,000 บาท เข้ามาบัญชีของตน และมารับเงินที่โอนเกิน หลังจากนั้นนายสุพจน์ก็โทรศัพท์มาแจ้งว่าโอนเงินผิด และขอให้ตนโอนเงิน 26,000 บาทคืน ทั้งที่เงินส่วนนั้นนายอดุลย์ เป็นผู้มาขอรับเป็นเงินสดไปแล้ว พฤติกรรมทั้งหมด เป็นการ สมรู้ร่วมคิด เพราะ ตนไม่รู้จักนายสุพจน์ และหากนายสุพจน์ ไม่มีความสัมพันธ์กับนายอดุลย์ นายสุพจน์ จะรู้หมายเลขบัญชีตนได้อย่างไร ตนจึงของร้องเรียนขอความเป็นธรรม จาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้ง สภ.สระแก้ว และ สภ.สงขลา ผ่านทาง สมาชิกวุฒิสภา เพื่อเป็น ปากเสียง และ สื่อกลาง ไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับตนเองที่ถูก หลอกลวง ต้มตุ๋น และ กลายเป็นผู้ถูกกล่าวหาจาก เจ้าหน้ารที่ในข้อหา ฉ้อโกง

