สว.โฆษกกรรมธิการทหาร วอนทุกฝ่ายหยุดใช้ ไอโอ ใน สถานการณื เปราะบาง เพื่อ ตอกย้ำให้ เกิดความ แตกแยก ในพื้นที่มากขึ้น จี้ แม่ทัพภาค 4 ทำความเข้าใจกับภาคประชาสังคม เรื่อง สถาบันการศึกษาเป็นแหล่ง บ่มเพาะ ของ บีอาร์เอ็น
.
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา เลขานุการ และ โฆษก คณะกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้กล่าวถึงสถานการณ์ของความรุนแรงจากการก่อการร้ายในพื้นที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่นำมาสู่ความขัดแย้งทางความคิดเห็น ระหว่าง พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 กับ ผู้บริหารสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เช่น สถาบันปอเนาะ โรงเรียนตาดีกา และ โรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม ซึ่งมีอยู่จำนวนมากใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในประเด็นที่ บีอาร์เอ็น แทรกซึม เข้าไปใช้ สถาบันการศึกษาเหล่านั้น เป็นแหล่ง บ่มเพาะ เพื่อ ปลูกฝัง ให้ เยาวชน เชื่อในการ บิดเบือนคำสอนของศาสนา ให้เป็น ปรปักษ์ กับ เจ้าหน้าที่รัฐ และเห็นด้วยกับการ แบ่งแยกดินแดน ที่ แม่ทัพภาคที่ 4 นำประเด็นการใช้ สถานศึกษาเป็นแหล่งบ่มเพาะ ที่ สร้างความไม่พอใจให้กับผู้บริหารสถานศึกษา และ ภาคประชาสังคมในพื้นที่ มีการเคลื่อนไหวให้ นายกรัฐมนตรี ย้าย พล.ท.นรธิป โพยนอก ออกจากพื้นที่ โดยจะมีการ ยื่นหนีงสือต่อนายอนุทมิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 17 เม.ย.นี้
นายไชยยงค์ กล่าวว่า ไม่สบายใจกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ที่กำลังขยายวง และเดินเข้าสู่ กับดัก ของ บีอาร์เอ็น ที่ออกมา เคลื่อนไหว สนับสนุน ให้มีการย้าย แม่ทัพภาคที่ 4 มีการใช้ ไอโอ หรือ สงครามข่าวสาร ของทั้ง 3 ฝ่าย คือ ฝ่าย บีอาร์เอ็น ฝ่ายภาคประชาสังคม และฝ่ายของ กอ.รมน. ซึ่งเป็น ไอโอ ที่สร้างความ แตกแยก และให้เกิด ช่องว่าง ทางสังคมมากขึ้น มีการต่อสู้ด้วยการนำ หลักฐาน ที่ หน่วยงานความมั่นคง ติดตามการบ่มเพาะ และ กิจกรรม ต่างๆ ใน หลายสถานบันการศึกษา ที่หมิ่นเหม่ต่อกฎหมายความมั่นคง การโกงเงินค่าหัวของนักเรียนใน โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในหลายแห่งที่เคยถูกดำเนินคดี มาเผยแพร่ เพื่อให้เห็นว่า มีการใช้ สถาบันการศึกษาบางแห่งเป็นแหลางบ่มเพาะจริง ในขณะที่อีกฝ่าย นำเอา เหตุการณ์ ความผิดพลาดในอดีตของ รัฐไทย ตั้งแต่เรื่องการสูญหายของ หะยีสุหรง โต๊ะมีนา เรื่องการฆ่าอดีต สส.การยิง อดีต สว. และการ ซ้อมทรมาน การอุ้มหาย เพื่อให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ใช้ อำนาจ ที่ไม่เป็นธรรม ในการแก้ปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด และเรียกร้องให้ ทหาร อย่าเข้าไป ปฏิบัติการใดๆ กับ ปอเนาะ ตาดีกา ซึ่งการใช้ ไอโอ หรือ ทำ สงครามข่าวสาร อย่างเข้มขึ้น ได้สร้างความสีบสน สร้างความ เกลียดชังให้ กว้างมากขึ้น จึงขอให้ รัฐบาล กองทัพ และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ให้ความสำคัญกับเรื่องของ ไอโอ และ แก้ปัญหาโดยเร่งด่วน เพราะนี่คือการเดินเข้าสู่ กับดัก ของ บีอาร์เอ็น
รวมทั้งให้ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ทำความเข้าใจกับกลุ่ม ผู้เห็นต่าง ในเรื่องการที่ แนวร่วม บีอาร์เอ็น ใช้ สถาบันการศึกษา หลายแห่ง ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีหลักฐาน ที่ ชัดเจน มาแสดงทุกฝ่ายได้เห็นว่าเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ใช้ทั้งหมด เพราะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มี หลักฐาน จากงานการข่าว และจากการเข้าไป สั่งให้ สถาบันเหล่านั้น ยกเลิกกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย มาโดยตลอด เพื่อทำความเข้าใจกับผู้บริหารสถาบันการศึกษาที่ออกมา เคลื่อนไหว และขอให้ทุกฝ่ายยอมรับความเป็นจริง ของ สถานการณ์ในพื้นที่ อย่าได้กลายเป็นเครื่องมือของ บีอาร์เอ็น ที่ต้องการให้ ฝ่ายความมั่นคง ตรวจสอบสถาบันการศึกษาที่อยู่ภายใต้ อิทธิพล ของ บีอาร์เอ็น และต้องการใช้ สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเพื่อ บ่อนทำลาย หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกฝ่ายต้องพูดคุยกันเพื่อ ยุติ ปัญหาความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะเป็น ไฟลามทุ่ง โฆษก กรรมาธิการกล่าวท้ายสุด

