นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ชี้แจงกรณีงบประมาณสำหรับการฟื้นฟูอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงจากสถานการณ์อุทกภัย

Uncategorized

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ชี้แจงกรณีงบประมาณสำหรับการฟื้นฟูอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงจากสถานการณ์อุทกภัย วงเงินรวม 530 ล้านบาท ภายหลังสำนักงบประมาณลงพื้นที่ติดตามการใช้งบกลาง โดยขณะนี้จังหวัดได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้วจำนวน 285 ล้านบาท

นายสุพิศกล่าวว่า งบประมาณดังกล่าวเป็นงบที่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาตามกฎหมายและระเบียบราชการอย่างเคร่งครัดในหลายระดับ ไม่สามารถนำมาใช้ได้ตามดุลยพินิจส่วนบุคคล หากขาดความเข้าใจในระบบงบประมาณของรัฐ ย่อมไม่สามารถนำงบส่วนนี้มาใช้ในการฟื้นฟูพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง

สำหรับกรอบการใช้งบฟื้นฟู วงเงิน 530 ล้านบาท ได้กำหนดกิจกรรมหลักไว้ 5 ด้าน ประกอบด้วย

1. การจัดเก็บขยะจากบ้านเรือน พื้นที่สาธารณะ ถนน และชุมชนต่าง ๆ
2. การขนย้ายขยะไปยังสถานที่กำจัดที่ตำบลเกาะแต้ว
3. การควบคุมกลิ่นและการฆ่าเชื้อโรคตลอดกระบวนการจัดการขยะ
4. การทำความสะอาดพื้นที่เมือง เช่น การฉีดล้างถนนและที่อยู่อาศัย โดยบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์ให้กับชุมชน
5. ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่น ๆ

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ระบุเพิ่มเติมว่า ทุกรายการใช้งบประมาณต้องจัดทำรายละเอียดและแบบประมาณการอย่างรอบคอบ พร้อมผ่านการพิจารณาและตรวจสอบจากหลายหน่วยงานตามลำดับ ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดีกรมท้องถิ่น ปลัดกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย คณะรัฐมนตรี จนถึงสำนักงบประมาณ

นายสุพิศยังกล่าวว่า “ขออนุญาตบอกว่าถ้าท่านอยากจะได้งบประมาณส่วนนี้ต้องไปขอเอง เขาให้ผมมาแล้ว ผมแบ่งให้คุณใช้ไม่ได้ ระเบียบการใช้งบประมาณ ไม่ใช่ว่าผมเหลือจ่ายแล้วผมจะให้เทศบาลนครต่างๆได้ จำเป็นต้องเอาเงินนี้ส่งคืนสำนักงบประมาณ จะนำงบประมาณที่ได้มามาแบ่งให้เทศบาล หรือ อบต.ต่างๆไม่ได้ โปรดเข้าใจวิถีงบประมาณไม่ใช่เงินในกระเป๋า ได้มาแล้วจะแบ่งให้คนนั้นคนนี้ไม่ได้ ซึ่งสตง.ก็กำกับ กรมบัญชีกลางก็ตรวจสอบ ป.ป.ช.ก็ตรวจสอบ อย่าพูดเอาแต่มัน อย่าคิดเอาแต่ได้ ต้องรู้ระเบียบ รู้วิธีการงบประมาณ”

นายก อบจ.สงขลา ยืนยันว่า การบริหารจัดการงบฟื้นฟูจะดำเนินไปด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และยึดหลักระเบียบราชการเป็นสำคัญ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างระมัดระวัง เนื่องจากเป็นงบที่ได้รับความสนใจและถูกจับตามองทุกมิติ