“สรรเพชญ” ตรวจคืบหน้าท่าเทียบเรือทะเลบัวแดง เร่งยกระดับความปลอดภัย–สิ่งอำนวยความสะดวก รองรับนักท่องเที่ยวและมหกรรมพืชสวนโลก 2569

Uncategorized

“สรรเพชญ” ตรวจคืบหน้าท่าเทียบเรือทะเลบัวแดง เร่งยกระดับความปลอดภัย–สิ่งอำนวยความสะดวก รองรับนักท่องเที่ยวและมหกรรมพืชสวนโลก 2569

กระทรวงคมนาคมเดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวทางน้ำในจังหวัดอุดรธานี โดยติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือและศาลาพักผู้โดยสารในพื้นที่ทะเลบัวแดง มุ่งเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ชุมชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือและศาลาพักผู้โดยสารในพื้นที่ทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี โดยมีนายนรินทร์ศักย์ สัทธาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมร่วมให้ข้อมูล พร้อมด้วยนายสุริยา วงศ์อารีย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

การลงพื้นที่ครอบคลุมท่าเทียบเรือ 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเทียบเรือบ้านเดียม และท่าเทียบเรือบ้านเชียงแหว ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี รวมถึงท่าเทียบเรือบ้านดอนคง อำเภอประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี

นายสรรเพชญ กล่าวว่า ทะเลบัวแดงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงและเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดอุดรธานี กระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า จึงดำเนินการพัฒนาท่าเทียบเรือและศาลาพักผู้โดยสารให้ได้มาตรฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ตลอดจนรองรับจำนวนเรือและนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

ข้อมูลในปี 2568 ระบุว่า พื้นที่ท่าเทียบเรือบ้านเดียมและบ้านเชียงแหวมีนักท่องเที่ยวรวมประมาณ 120,000 คนต่อปี ขณะที่บริเวณท่าเทียบเรือบ้านดอนคงมีนักท่องเที่ยว 5,592 คน สะท้อนถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเดินทางและการท่องเที่ยวในพื้นที่

สำหรับความคืบหน้าโครงการที่ติดตามทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย

  1. โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือบ้านเดียม อำเภอกุมภวาปี ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ
  2. โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือพร้อมศาลาพักผู้โดยสาร บ้านดอนคง ตำบลอุ่มจาน อำเภอประจักษ์ศิลปาคม เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวทางน้ำ
  3. โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือพร้อมศาลาพักผู้โดยสาร บ้านเชียงแหว ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี เพื่อยกระดับการให้บริการและรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมทะเลบัวแดง

โดยโครงการบ้านดอนคงและบ้านเชียงแหวใช้งบประมาณก่อสร้างรวม 19,300,000 บาท มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2569

นายสรรเพชญได้กำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งรัดการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผน เพื่อให้สามารถเปิดใช้งานและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวได้ทันฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลบัวแดงในเดือนธันวาคมนี้

นอกจากนี้ ผู้แทนเทศบาลตำบลแชแลได้ยื่นหนังสือขอรับการสนับสนุนโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือพร้อมศาลาพักผู้โดยสารเพิ่มเติม จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือบ้านแชแล และท่าเรือบ้านโนนน้ำย้อย ในเขตเทศบาลตำบลแชแล อำเภอกุมภวาปี

ในประเด็นดังกล่าว นายสรรเพชญได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่าศึกษารายละเอียดโครงการและจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อพิจารณาขยายพื้นที่หน้าท่าเทียบเรือออกไปด้านละ 30 เมตร เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเรือท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้กรมทางหลวงชนบทพิจารณาการขอรับจัดสรรงบประมาณเพื่อติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างเพิ่มเติมบริเวณถนนสามแยกบ้านเดียม ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าสู่ทะเลบัวแดง เพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว

นายสรรเพชญเน้นย้ำว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยวทางน้ำต้องคำนึงถึงความสะดวกและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสความงดงามของทะเลบัวแดง พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในจังหวัดอุดรธานี

สำหรับมหกรรมพืชสวนโลก อุดรธานี 2569 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี กระทรวงคมนาคมได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการเดินทางและรองรับประชาชนกับนักท่องเที่ยว โดยมุ่งเชื่อมโยงระบบคมนาคมทั้งทางถนน ทางราง และทางอากาศ ให้เดินทางได้สะดวกและปลอดภัย

การพัฒนาท่าเทียบเรือทะเลบัวแดงและการเตรียมความพร้อมด้านคมนาคมครั้งนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับจังหวัดอุดรธานีให้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว รองรับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง