ศอ.บต. ผนึก ม.อ.ปัตตานี พัฒนานักจัดการข้อมูลพื้นที่ ใช้ PPP-Pattani Model วางแผนรับมืออุทกภัย ช่วยกลุ่มเปราะบางได้ตรงจุด

Uncategorized

ศอ.บต. ผนึก ม.อ.ปัตตานี พัฒนานักจัดการข้อมูลพื้นที่ ใช้ PPP-Pattani Model วางแผนรับมืออุทกภัย ช่วยกลุ่มเปราะบางได้ตรงจุด

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยเฉพาะสถานการณ์อุทกภัยที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในช่วงปลายปี 2569 มุ่งนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาสนับสนุนการป้องกัน ลดความสูญเสีย และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างตรงจุด

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมซีเอสปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ศอ.บต. ร่วมกับ ม.อ.ปัตตานี จัดกิจกรรมอบรม “นักจัดการข้อมูลพื้นที่” ภายใต้กิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักจัดการข้อมูลพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยมีนายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานเปิดกิจกรรม

มี ผศ.ดร.อรุณีวรรณ บัวเนี่ยว รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม ม.อ.ปัตตานี นางสาวเยาวภา อินชะนะ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนจากบัณฑิตอาสาฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ และภาคประชาสังคม เข้าร่วมกว่า 200 คน

กิจกรรมดังกล่าวดำเนินการภายใต้โครงการวิจัยพัฒนาและยกระดับการจัดการเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคม โดยคณะนักวิจัยจาก ม.อ.ปัตตานี ได้นำเสนอนวัตกรรมการจัดการข้อมูลในชื่อ “PPP-Pattani Model” ซึ่งประยุกต์ใช้โปรแกรม Google Earth ร่วมกับข้อมูลพิกัดหลังคาเรือนของกลุ่มเปราะบางและครัวเรือนยากจนในระดับครอบครัว เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และวางแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

ระบบดังกล่าวสามารถนำข้อมูลมาจำลองเส้นทางการไหลของน้ำ คาดการณ์ปริมาณน้ำฝน และประเมินพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดปัตตานี เพื่อใช้ประกอบการวางแผนป้องกันและเตรียมความพร้อมก่อนเกิดภัย รวมถึงช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและจัดสรรความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม

นายชนธัญ แสงพุ่ม กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยส่วนหนึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และการประกอบอาชีพของประชาชนในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

ศอ.บต. จึงพร้อมสนับสนุนองค์ความรู้จากสถาบันวิชาการ เพื่อนำมาพัฒนาระบบจัดการภัยพิบัติให้ครอบคลุมทั้ง 3 ระยะ ได้แก่

  1. ระยะก่อนเกิดภัย ใช้ข้อมูลคัดกรองกลุ่มเปราะบาง วิเคราะห์พื้นที่เสี่ยง และวางแผนเส้นทางอพยพให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
  2. ระยะเกิดภัย สนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลพิกัดและระดับน้ำท่วมขัง เพื่อให้หน่วยงานสามารถประสานงานและส่งความช่วยเหลือไปยังประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด
  3. ระยะหลังเกิดภัย จัดเก็บข้อมูลความเสียหาย เพื่อนำไปใช้วางแผนเยียวยา ฟื้นฟู และสนับสนุนการประกอบอาชีพของประชาชนในระยะยาว

นายชนธัญกล่าวเพิ่มเติมว่า ศอ.บต. มีแนวคิดผลักดันแพลตฟอร์มบริหารจัดการภัยพิบัติจังหวัดปัตตานีให้เป็นต้นแบบและขยายผลไปยังพื้นที่อื่น โดยมุ่งพัฒนาแผนที่ภัยพิบัติ ระบบเตือนภัย การเตรียมความพร้อมของชุมชน ศูนย์อพยพต้นแบบ และการนำเทคโนโลยีมาใช้รับมือภัยพิบัติ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ลดความสูญเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ด้านนักวิชาการ ม.อ.ปัตตานี กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายเพื่อรับมือภัยพิบัติ เริ่มต้นดำเนินการในจังหวัดปัตตานี และมีแผนเตรียมขยายผลไปยังพื้นที่อื่น โดยขับเคลื่อนงานใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่

  • ด้านข้อมูล พัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
  • ด้านองค์ความรู้ ส่งเสริมการเตรียมความพร้อมของชุมชน การจัดทำแผนรับมือภัยพิบัติ การพัฒนาบุคลากรและศูนย์พักพิง ตลอดจนการฟื้นฟูหลังเกิดภัย
  • ด้านเทคโนโลยี นำวิทยาศาสตร์ งานวิจัย และนวัตกรรมมาพัฒนาเครื่องมือที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในสถานการณ์ภัยพิบัติ

ความร่วมมือระหว่าง ศอ.บต. ม.อ.ปัตตานี และภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ เป็นการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และข้อมูลระดับพื้นที่มาสนับสนุนการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดความเสี่ยง ลดความสูญเสีย และทำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและทันท่วงที