ศุลกากรภาค 2 เข้มสกัดบุหรี่ต่างประเทศผ่านพัสดุเอกชน ยึด 654,000 มวน มูลค่ากว่า 3.27 ล้านบาท ในพื้นที่นครราชสีมา

กรมศุลกากรเดินหน้าเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดให้เร่งรัดการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะบุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพของประชาชน
ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศและบุหรี่ไฟฟ้า
ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร ได้กำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบพัสดุที่รับขนส่งผ่านระบบไปรษณีย์และบริษัทขนส่งเอกชน เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
นางสาวลลิตา อรรถพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 29–31 ตุลาคม 2569 สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 กรมศุลกากร ร่วมกับหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝปป.2 สปป.1 กสป. เข้าตรวจสอบพัสดุที่รับขนส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
จากการตรวจสอบพบบุหรี่ที่มีเมืองกำเนิดต่างประเทศ ไม่ติดอากรแสตมป์ และไม่ปรากฏหลักฐานการนำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง จำนวน 3,270 คอตตอน หรือ 654,000 มวน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3,270,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการยึดของกลางทั้งหมดไว้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
กรณีดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานลักลอบนำของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายของกรมศุลกากร ภายใต้แนวทาง “ศุลกากรขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ใส่ใจสังคม”
วิลาสินี เจริญสุข / รายงานมุกดาหาร
โทร. 081-592-6966

