“ดร.มหานิยม เวชกามา” เป็นประธานทอดกฐินสามัคคีวัดประชานิยม สกลนคร สืบสานประเพณีภูไท ระดมปัจจัยกว่า 64,060 บาท สมทบบูรณะศาลาบำเพ็ญกุศล
สกลนคร – บรรยากาศแห่งศรัทธาและความสามัคคีของชุมชน เมื่อพุทธศาสนิกชนร่วมสืบสานประเพณีทอดกฐินสามัคคี พร้อมอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ณ วัดประชานิยม บ้านดงสมบูรณ์ ตำบลพังขว้าง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ดร.มหานิยม เวชกามา อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีทอดถวายผ้ากฐินสามัคคี พร้อมเครื่องบริวารและเครื่องไทยธรรม
พิธีดังกล่าวมีพระครูสกลธรรมรัต หรือหลวงพ่อสมาน เจ้าอาวาสวัดทุ่งรวงทอง บ้านดงขุมข้าวใต้ ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมีพระอธิการนิสัย อินันโท เจ้าอาวาสวัดประชานิยม เป็นผู้พิจารณารับมอบผ้ากฐินสามัคคี
ภายในงานมีผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง พร้อมร่วมขบวนแห่องค์ผ้ากฐินรอบศาลา และแสดงการฟ้อนรำตามขนบธรรมเนียมประเพณีภูไท สะท้อนถึงความร่วมมือของคนในชุมชนในการสืบทอดประเพณีและวัฒนธรรมที่มีมาแต่ดั้งเดิม
สำหรับปัจจัยที่ได้จากการทอดกฐินครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนปฏิสังขรณ์ศาลาบำเพ็ญกุศลหลังเก่าบริเวณหน้าเมรุภายในวัด ซึ่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา โดย ดร.มหานิยม เวชกามา ได้ร่วมสมทบกองผ้ากฐิน เครื่องไทยธรรม และปัจจัย รวมเป็นเงิน 20,000 บาท ขณะที่ยอดเงินกฐินสามัคคีจากผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบุญในครั้งนี้รวบรวมได้กว่า 64,060 บาท เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของวัดต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีคณะทำงานและผู้ร่วมกิจกรรม ได้แก่ คุณครูนลินี เวชกามา นายเรืองสุวรรณ โยวะ อดีตผู้จัดการการประปาสกลนคร นายวัฒนะ แก้วก่า ผู้สื่อข่าวไทยทีวีสีช่อง 3 และไทยรัฐ นางเครือวัลย์ ศิริสวัสดิ์ ยางดวงจันทร์ โยวะ นายนรากร เวชกามา และนางสาวปริณดา ดอนหล้า เข้าร่วมพิธีและกิจกรรมด้วย
การทอดกฐินสามัคคีในครั้งนี้ นอกจากเป็นการร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและสนับสนุนการบูรณะศาสนสถานแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ประชาชนในชุมชนได้ร่วมแรงร่วมใจรักษาประเพณีท้องถิ่น โดยเฉพาะวัฒนธรรมของชาวภูไทสกลนคร ซึ่งมีเอกลักษณ์ด้านการแต่งกาย ภาษา ดนตรี และการฟ้อนรำ อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การสืบทอดสู่คนรุ่นต่อไป
กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นภาพสะท้อนของพลังศรัทธาและความสามัคคีของชุมชน ที่ใช้ประเพณีทางพระพุทธศาสนาเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงผู้คน พร้อมร่วมกันดูแลศาสนสถานและสืบสานวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป////////khao kon E-san /_///













