สว.ไชยยงค์ ชื่นชม “นายกแป้น” เปิดศูนย์รับมือน้ำท่วมหาดใหญ่ สร้างความมั่นใจประชาชน จี้เร่งประชาสัมพันธ์–ห่วงคลองอู่ตะเภายังไม่ขุดลอก


สงขลา – นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มสื่อสารมวลชน เปิดเผยว่า การที่เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยนายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ “นายกแป้น” เปิดศูนย์รับมืออุทกภัยเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 พร้อมเชิญตัวแทนประชาชนจากชุมชนต่าง ๆ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ารับฟังการชี้แจงแผนเตรียมความพร้อม ถือเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในพื้นที่มากขึ้น
การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมชี้แจงแนวทางรับมือสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งเทศบาลนครหาดใหญ่ ฝ่ายปกครองอำเภอหาดใหญ่ ผู้แทนจังหวัดสงขลา มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา รวมถึงหน่วยงานด้านชลประทาน ไฟฟ้า ประปา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนรับทราบแผนดำเนินงานหากเกิดอุทกภัยรุนแรงเช่นเดียวกับปี 2568
สำหรับปี 2569 เทศบาลนครหาดใหญ่ได้เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงเดือนพฤศจิกายน ทั้งการจัดเตรียมศูนย์อพยพ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบรรเทาสาธารณภัย เครื่องมือ อุปกรณ์ กำลังพล ยานพาหนะ และการพร่องน้ำจากพื้นที่แก้มลิง โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ตามแผนที่กำหนด
นายไชยยงค์กล่าวว่า การเปิดเวทีให้หน่วยงานต่าง ๆ ชี้แจงแผนรับมืออุทกภัยต่อผู้แทนชุมชน ภาคประชาชน และมูลนิธิต่าง ๆ ทำให้ประชาชนเห็นภาพการเตรียมความพร้อมของหน่วยงาน ทั้งด้านบุคลากร ยานพาหนะ และศูนย์อพยพอย่างเป็นระบบ หากเกิดน้ำท่วมรุนแรงอีกครั้ง ก็มีโอกาสช่วยลดความสูญเสียได้
อย่างไรก็ตาม ยังห่วงงานประชาสัมพันธ์ ต้องเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง
นายไชยยงค์ระบุว่า สิ่งที่ยังต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือระบบการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ระหว่างเทศบาลกับประชาชน โดยต้องมีแผนที่ชัดเจน สามารถแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำและข้อมูลสภาพอากาศได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง รวมทั้งเปิดช่องทางให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
เขายังตั้งข้อสังเกตถึงการให้ความสำคัญกับสื่อมวลชนในการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร โดยเห็นว่าควรมีแนวทางประสานงานกับสื่ออย่างเป็นระบบ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ การแจ้งเตือนภัย และคำแนะนำในการปฏิบัติตัวเผยแพร่ไปถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ หากประชาชนได้รับข้อมูลล่วงหน้าอย่างเพียงพอ จะสามารถเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกจากพื้นที่เสี่ยง ตลอดจนตัดสินใจอพยพไปยังศูนย์พักพิงได้ทันเวลา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ห่วงคลองอู่ตะเภา เสนอเร่งพิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ
อีกประเด็นที่นายไชยยงค์แสดงความกังวล คือสภาพคลองอู่ตะเภา ซึ่งมีต้นทางจากอำเภอสะเดา ผ่านพื้นที่ต่าง ๆ ไปยังเขตหาดใหญ่และเชื่อมต่อกับระบบน้ำที่ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา โดยระบุว่า บางช่วงยังมีวัชพืช กอไผ่ ต้นไม้ และสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขณะที่ยังมีข้อห่วงใยเกี่ยวกับการขุดลอกคลองตลอดแนว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
นายไชยยงค์กล่าวว่า ที่ผ่านมา มีการดำเนินการขุดลอกบริเวณปากอ่าวเพื่อช่วยให้น้ำไหลลงสู่ทะเลสาบได้สะดวกขึ้น แต่ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับคลองอู่ตะเภาตลอดแนว ซึ่งมีความยาวกว่า 60 กิโลเมตร จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งสำรวจสภาพคลองและพิจารณาแนวทางแก้ไขจุดที่เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำอย่างเหมาะสม
พร้อมเสนอให้จังหวัดสงขลาประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่คลองอู่ตะเภาไหลผ่าน ให้เตรียมแผนช่วยเหลือและรองรับสถานการณ์ล่วงหน้า เพราะหากเกิดฝนตกหนักและน้ำระบายไม่ทัน อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจในวงกว้างได้
ชูการบูรณาการทุกหน่วยงาน ลดความสูญเสียหากเกิดน้ำท่วมใหญ่
นายไชยยงค์กล่าวทิ้งท้ายว่า จังหวัดสงขลามีหน่วยงานราชการและหน่วยงานด้านความมั่นคงหลายแห่ง อาทิ มณฑลทหารบกที่ 42 กองพลพัฒนาที่อำเภอคลองหอยโข่ง กองเรือภาคที่ 2 ฐานทัพเรือสงขลา กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 และหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งล้วนมีศักยภาพในการสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน
หากทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งการเตรียมกำลังพล อุปกรณ์ การแจ้งเตือนภัย การอพยพ และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมืออุทกภัย และลดผลกระทบต่อประชาชนได้ แม้ต้องเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมขนาดใหญ่ก็ตาม

