คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา เดินทางศึกษาดูงานเพื่อศึกษาแนวทางการนำมาตรฐานและแนวปฏิบัติของ OECD มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนานโยบายการบริหารภาครัฐ การขับเคลื่อนนโยบายสู่ระดับพื้นที่ และการสนร้างสมดุลการค้าระหว่างไทย – จีน ณ จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน ระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคม 2569

Uncategorized

คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา เดินทางศึกษาดูงานเพื่อศึกษาแนวทางการนำมาตรฐานและแนวปฏิบัติของ OECD มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนานโยบายการบริหารภาครัฐ การขับเคลื่อนนโยบายสู่ระดับพื้นที่ และการสนร้างสมดุลการค้าระหว่างไทย – จีน ณ จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน ระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคม 2569


ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา นำโดยนายชวภณ
วัธนเวคิน รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา และประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามสถานการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อไทยและอาเซียน ได้เดินทางมาศึกษาดูงาน ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ในการนี้ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ให้การต้อนรับ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดให้ข้อมูล สรุปสาระสำคัญดังนี้

จังหวัดเชียงใหม่มีศักยภาพสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีพื้นที่ประมาณ 22,436 ตารางกิโลเมตร และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ปี 2567 มูลค่า 293,809 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 1 ของภาคเหนือและอันดับ 12 ของประเทศ โครงสร้างเศรษฐกิจประกอบด้วยภาคบริการร้อยละ 69.66 ภาคเกษตรกรรมร้อยละ 18.72 และภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 11.62 โดยมีการท่องเที่ยว เกษตรกรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นฐานสำคัญในการพัฒนา อย่างไรก็ตาม จังหวัดยังเผชิญความท้าทายจากปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคมสูงวัย ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาส และภัยคุกคามด้านความมั่นคงและกำหนดเป้าหมายการพัฒนาระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2566–2585) ภายใต้วิสัยทัศน์นครแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง บนพื้นฐานของการกระจายโอกาสอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญใน 3 มิติ ได้แก่ (1) เศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง ส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ยกระดับการผลิตเกษตรและอาหารปลอดภัย ตลอดจนใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าผลผลิต (2) สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม เพิ่มการเข้าถึงแหล่งทุนและปัจจัยการผลิต พัฒนาเมืองรองเพื่อกระจายความเจริญ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และ (3) การเติบโตอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุ่งแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ บริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด

แนวทางดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงกับการยกระดับมาตรฐานการพัฒนาประเทศในบริบทการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยเฉพาะการเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน การลดความเหลื่อมล้ำ การพัฒนาที่ยั่งยืน และการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ทั้งนี้ ควรกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด หน่วยงานรับผิดชอบ และกลไกติดตามประเมินผลที่ชัดเจน พร้อมตรวจสอบความสอดคล้องกับมาตรฐานและข้อเสนอแนะของ OECD ในแต่ละสาขาโดยตรง เพื่อให้การดำเนินงานระดับจังหวัดสนับสนุนการพัฒนาประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน