“มหานิยม” จี้ พศ.แจงปิดห้องรับรองพระสงฆ์สุวรรณภูมิ หลังมีรายงานงบจ้างเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ตั้งคำถามการบริหารจัดการ
อดีต สส.สกลนครเผยเคยลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ชี้ควรเร่งแก้ปัญหา พร้อมเสนอ คพช. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดร.มหานิยม เวชกามา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร และอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แสดงความคิดเห็นกรณีมีรายงานว่าห้องรับรองพระภิกษุสามเณร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ งดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยระบุว่าสาเหตุเกี่ยวข้องกับการยังไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณสำหรับจ้างเจ้าหน้าที่ดูแลห้องรับรองในปีงบประมาณ 2570 ว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ควรเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงแนวทางแก้ไข เพื่อให้พระภิกษุสามเณรได้รับความสะดวกในการเดินทางอย่างเหมาะสม
ดร.มหานิยมกล่าวว่า ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เคยเดินทางไปตรวจเยี่ยมห้องรับรองดังกล่าวด้วยตนเอง และได้สนทนากับพระภิกษุที่มาพักรอก่อนเดินทางขึ้นเครื่องบิน โดยห้องรับรองอยู่ในความดูแลของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรปราการ
นอกจากนี้ ยังเคยทักท้วงกรณีการติดป้ายสัญลักษณ์หน้าห้องไม่ถูกต้อง ซึ่งภายหลังมีการแก้ไข โดยเห็นว่าแม้เป็นรายละเอียดเล็กน้อย แต่ก็มีความสำคัญต่อความเหมาะสมในการจัดสถานที่สำหรับพระภิกษุสามเณร
อดีต สส.สกลนครรายนี้ตั้งข้อสังเกตว่า หากการงดให้บริการมีสาเหตุจากปัญหางบประมาณและการจัดเจ้าหน้าที่จริง หน่วยงานที่รับผิดชอบควรชี้แจงรายละเอียด พร้อมหาแนวทางบริหารจัดการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากห้องรับรองเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับพระภิกษุสามเณรที่เดินทางผ่านท่าอากาศยาน
“สนามบินสุวรรณภูมิมีห้องรับรองพระภิกษุสามเณรเพียงแห่งเดียวเท่าที่ผมทราบ แต่กลับดูแลให้เปิดบริการต่อเนื่องไม่ได้ แล้วจะอธิบายต่อพระสงฆ์และชาวพุทธอย่างไร” ดร.มหานิยมกล่าว
ดร.มหานิยมยังระบุว่า ภายในท่าอากาศยานมีห้องละหมาดให้บริการหลายจุด จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงรูปแบบการบริหารจัดการและงบประมาณของสิ่งอำนวยความสะดวกแต่ละประเภท เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม โดยย้ำว่าไม่ได้มีเจตนาสร้างความขัดแย้งระหว่างศาสนา แต่เห็นว่าทุกศาสนาควรได้รับการอำนวยความสะดวกตามความเหมาะสม
เขายังกล่าวถึงข้อจำกัดในการปฏิบัติตนตามพระวินัยของพระภิกษุสงฆ์ โดยเห็นว่าการมีสถานที่พักรอที่เหมาะสมจะช่วยให้พระภิกษุสามเณรสามารถรักษาสมณสารูปได้ระหว่างการเดินทาง
สำหรับการปรับโครงสร้างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดร.มหานิยมตั้งคำถามว่า การปรับองค์กรและเพิ่มตำแหน่งผู้บริหารจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสนองงานคณะสงฆ์ได้มากน้อยเพียงใด พร้อมเรียกร้องให้ผู้บริหาร พศ. ชี้แจงเหตุผลและแนวทางแก้ไขปัญหาห้องรับรองดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม
“เราพูดกันเรื่องปฏิรูปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีการปรับโครงสร้าง เพิ่มตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง แต่เรื่องห้องรับรองพระสงฆ์เพียงห้องเดียวกลับไม่มีงบประมาณจ้างเจ้าหน้าที่ ผมอยากถามว่า เราปฏิรูปองค์กรเพื่ออะไร หากยังแก้ปัญหาพื้นฐานเรื่องนี้ไม่ได้” ดร.มหานิยมกล่าว
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) ซึ่งมีศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ เป็นประธาน รับทราบปัญหาและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.มหานิยมกล่าวทิ้งท้ายว่า ต้องการให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับงบประมาณ ชี้แจงสาเหตุการงดให้บริการ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเปิดห้องรับรองอีกครั้งโดยเร็ว พร้อมวางแผนด้านงบประมาณและบุคลากรให้มีความต่อเนื่องในระยะยาว
ทั้งนี้ สาเหตุการงดให้บริการ สถานะการอนุมัติงบประมาณ และกำหนดการเปิดห้องรับรองอีกครั้ง ควรได้รับการยืนยันจากหน่วยงานผู้รับผิดชอบโดยตรง



