หาดใหญ่เตรียมจัด “เทศกาลถือศีลกินเจ ครั้งที่ 32” 9-18 ต.ค. สืบสานประเพณี ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

Uncategorized

หาดใหญ่เตรียมจัด “เทศกาลถือศีลกินเจ ครั้งที่ 32” 9-18 ต.ค. สืบสานประเพณี ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่ตำหนักเต๋าบ้อ ภายในมูลนิธิโรงเจเต๋าบ้อเก็ง หาดใหญ่ ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีการแถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลถือศีลกินเจ ครั้งที่ 32 ประจำปี 2569” โดยมี นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธาน และนางสิริภัทร กรัณกิติกร ประธานจัดงานเทศกาลถือศีลกินเจ ประจำปี 2569 กล่าวรายงาน

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ นายนิยม ชูชื่น ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เข้าร่วม พร้อมด้วยนายสุรสิทธิ์ ศรีอินทร์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ตลอดจนผู้แทนหน่วยงาน องค์กร และสื่อมวลชน

สำหรับเทศกาลถือศีลกินเจ ครั้งที่ 32 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-18 ตุลาคม 2569 ณ มูลนิธิโรงเจเต๋าบ้อเก็ง หาดใหญ่ โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา มีเป้าหมายเพื่อร่วมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีถือศีลกินเจ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสร่วมทำบุญ ปฏิบัติธรรม ลดการเบียดเบียน และสร้างความสามัคคีภายในชุมชน

นายนิยม ชูชื่น กล่าวว่า การถือศีลกินเจไม่ได้หมายถึงเพียงการละเว้นอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางในการฝึกตนให้กาย วาจา และใจสงบและผ่องแผ้ว รวมถึงการสร้างความดี ลดการเบียดเบียน และเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันผ่านความเข้าใจ ความสามัคคี และสันติสุข

ขณะเดียวกัน เทศกาลถือศีลกินเจยังเป็นกิจกรรมด้านวัฒนธรรมที่มีส่วนส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เข้ามาสัมผัสประเพณีและวิถีวัฒนธรรมในพื้นที่ ซึ่งผู้จัดงานมองว่าจะช่วยสร้างบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจให้กับอำเภอหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา

ด้านองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน รวมถึงการร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมที่ช่วยอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่นและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน

การจัดเทศกาลถือศีลกินเจครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เชื่อมโยงมิติด้านศาสนา วัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของชุมชน และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน พร้อมสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของอำเภอหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา