โฆษก กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ห่วงฝ่ายปกครองรับภารกิจดับไฟใต้ จี้วางมาตรการป้องกันความสูญเสีย

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เปิดเผยถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลและกระทรวงกลาโหม ภายหลังมีแนวทางจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ (ศปอ.) โดยให้นายอำเภอเป็นหัวหน้าการปฏิบัติในระดับอำเภอ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างคล่องตัว โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลางหรือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
แนวทางดังกล่าวมีการประชุมชี้แจงโครงสร้างใหม่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และกำหนดพื้นที่นำร่อง 14 อำเภอในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยให้นายอำเภอทำหน้าที่เป็นหัวหน้าการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่
นายไชยยงค์กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือความพร้อมของฝ่ายปกครอง ทั้งในด้านบุคลากร อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการกำหนดว่างานประเภทใดที่นายอำเภอสามารถตัดสินใจและดำเนินการได้เอง โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลางหรือ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงสร้างการทำงานด้านความมั่นคงในพื้นที่มีฝ่ายทหารเป็นกลไกสำคัญ ดังนั้น หากมีการปรับให้ฝ่ายปกครองมีบทบาทนำมากขึ้น จำเป็นต้องกำหนดขอบเขตอำนาจและภารกิจให้ชัดเจน โดยเฉพาะไม่ควรนำภารกิจทางทหารมาเป็นภารกิจหลักของฝ่ายปกครอง
สำหรับภารกิจที่ฝ่ายปกครองสามารถมีบทบาทได้ นายไชยยงค์ยกตัวอย่าง ได้แก่ งานมวลชน งานการข่าว การสร้างความเข้าใจกับประชาชนและผู้เห็นต่าง งานด้านพหุวัฒนธรรม การส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการศึกษา รวมถึงการป้องกันการบ่มเพาะแนวคิดที่นำไปสู่ความรุนแรง และการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักศาสนาและกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม นายไชยยงค์ตั้งข้อสังเกตว่า หากศูนย์ปฏิบัติการอำเภอได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการทางยุทธวิธีด้วย จะต้องประเมินความพร้อมของฝ่ายความมั่นคงและมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างรอบคอบ เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียทั้งด้านมวลชน งานการข่าว และกำลังพลฝ่ายปกครอง
นายไชยยงค์ยังแสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง โดยเห็นว่าหากรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงกำหนดให้ ศปอ. เป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาในระดับอำเภอ จำเป็นต้องเตรียมมาตรการป้องกันภัยอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการประเมินภัยคุกคามต่อเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่
“สิ่งที่ต้องระวังคือความเสี่ยงจากการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ หากมองว่าการปฏิบัติงานของรัฐเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานของกลุ่ม ก็อาจทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองตกเป็นเป้าหมายได้” นายไชยยงค์กล่าว
โฆษกกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ระบุว่า ข้อห่วงใยดังกล่าวต้องการให้รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งด้านกำลังพล การข่าว การคุ้มครองเจ้าหน้าที่ และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียก่อนแล้วจึงเข้าไปแก้ไขภายหลัง พร้อมย้ำว่าเป็นข้อห่วงใยต่อการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

