“ดร.นิยม” ลงพื้นที่วัดร่มโพธิธรรม ให้กำลังใจคณะสงฆ์ ชู “รัฐศาสตร์ควบนิติศาสตร์” หาทางออกปมที่ดิน 754 ไร่

Uncategorized

“ดร.นิยม” ลงพื้นที่วัดร่มโพธิธรรม ให้กำลังใจคณะสงฆ์ ชู “รัฐศาสตร์ควบนิติศาสตร์” หาทางออกปมที่ดิน 754 ไร่

 – วันที่ 15 กันยายน 2569 ดร.นิยม เวชกามา อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีต สส.สกลนคร เขต 2 และอุปนายกสมาคมอุปถัมภ์และส่งเสริมพระพุทธศาสนา คนที่ 2 พร้อมคณะ ประกอบด้วย พระอาจารย์หงษ์ทอง ธีระธัมโม อาจารย์นิรันดร์ ประเสริฐสุข และอุบาสิกาคนึงนิจ ศรีพันดร เดินทางเข้ากราบนมัสการพระอาจารย์สุริยะ เขมรโต เจ้าอาวาสและผู้ก่อตั้งวัดร่มโพธิธรรม ต.หนองหิน อ.หนองหิน จ.เลย พร้อมพระสิทธิชัย กิตติวัณฑโน รองเจ้าอาวาส เพื่อหารือแนวทางการดำเนินการและให้กำลังใจคณะสงฆ์ รวมถึงคณะทำงานของวัด ท่ามกลางกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินของวัด

สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากข้อพิพาทด้านที่ดินและคำพิพากษาศาลฎีกาที่มีคำสั่งให้วัดส่งคืนพื้นที่บางส่วนกลับเข้าสู่เขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) รวมพื้นที่กว่า 754 ไร่ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่เกือบ 200 นาย ตามปฏิบัติการ “ฟ้าสางที่หนองหิน” เพื่อติดประกาศให้วัดดำเนินการออกจากพื้นที่ตามกรอบเวลาที่กำหนด หลังข้อพิพาทดำเนินมายาวนานกว่า 9 ปี

ขณะเดียวกัน ประเด็นเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์และการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ยังมีข้อคิดเห็นจากหลายฝ่าย โดยก่อนหน้านี้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เคยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับข้อสังเกตด้านเอกสารสิทธิ์และประเด็นบุคคลต่างชาติในพื้นที่ ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทและต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกระบวนการทางกฎหมาย

“ดร.นิยม” เสนอใช้รัฐศาสตร์ควบคู่กับนิติศาสตร์

ภายหลังการร่วมเสวนาธรรม ดร.นิยมกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงจากคณะสงฆ์และผู้เกี่ยวข้อง พร้อมให้กำลังใจในการดำเนินการตามขั้นตอน โดยเห็นว่าในส่วนของคดีความทั้งทางแพ่งและอาญา ควรดำเนินการตามหลักนิติศาสตร์และกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด

ขณะเดียวกัน ดร.นิยมเห็นว่า ควรนำหลักรัฐศาสตร์มาประกอบการพิจารณา เพื่อแสวงหาแนวทางที่เหมาะสมและลดผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง เนื่องจากวัดร่มโพธิธรรมเป็นสถานที่ที่มีพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจเดินทางมาปฏิบัติธรรมจำนวนมาก โดยมีข้อมูลจากทางวัดว่ามีผู้ศรัทธาเดินทางมาปฏิบัติธรรมมากกว่า 1,000 คน

วัดกั้นพื้นที่ตามคำสั่งศาล พระสงฆ์ย้ายไปพื้นที่ที่อยู่นอกขอบเขตคำสั่ง

ด้านการบริหารจัดการภายในวัด พระอาจารย์สุริยะ เขมรโต เจ้าอาวาส ได้สั่งกั้นพื้นที่ตามคำสั่งศาลและงดใช้ประโยชน์ในบริเวณดังกล่าว พร้อมให้ผู้ปฏิบัติธรรมย้ายไปใช้พื้นที่อื่นเป็นการชั่วคราว

ส่วนพระภิกษุสงฆ์ทั้งชาวไทยและต่างประเทศประมาณ 150 รูป ได้ย้ายไปรวมกันจำพรรษาที่อาคารปฏิบัติธรรมหลังใหญ่ ซึ่งทางวัดระบุว่าอยู่ในพื้นที่นอกเหนือขอบเขตคำสั่งศาล เพื่อรอแนวทางการบริหารจัดการที่ชัดเจนจากหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง

วัดระบุมีการตั้งวัดมาตั้งแต่ปี 2548 อยู่ระหว่างดำเนินการตามช่องทางกฎหมาย

ดร.นิยมกล่าวเพิ่มเติมว่า ตามข้อมูลที่ได้รับจากทางวัด วัดร่มโพธิธรรมได้รับการประกาศตั้งวัดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2548 โดยมีนายเศียร ทรหัน เป็นผู้ขออนุญาต ผ่านความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม และมีนายสุจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นผู้ลงนาม

ส่วนที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งวัดเดิม ทางวัดระบุว่ามีเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 เลขที่ 171, 172 และ 175 ซึ่งมาจากการบริจาคของประชาชนและการซื้อขายต่อเนื่องหลายทอด โดยพื้นที่สามารถรองรับผู้มาปฏิบัติธรรมได้เป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ทางวัดยังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับเอกสารและพยานหลักฐานบางรายการที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท โดยระบุว่าเอกสารสิทธิ์บางฉบับ รวมถึง น.ส.3 เลขที่ 175 และเอกสารแผนที่ ตลอดจนข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศที่ทางวัดเห็นว่ามีความสำคัญ อาจไม่ได้ปรากฏหรือถูกนำเสนอในกระบวนการพิจารณาคดีตามที่ทางวัดต้องการ

ประเด็นดังกล่าวทางวัดระบุว่าได้ยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้พิจารณาข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับการดำเนินการของหน่วยงานรัฐ โดยยืนยันว่าจะใช้ช่องทางตามกฎหมายในการดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ ประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินและเอกสารสิทธิ์ยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาตามกระบวนการของศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การนำเสนอข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นข้อมูลและข้อสังเกตจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับวัด ขณะที่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในส่วนที่เหลือควรเป็นไปตามผลการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรมต่อไป

#นิยมเพื่อคนไทย

# ดร.นิยม เวชกามา.

#.ดร.มหานิยม.