ภาคท่องเที่ยว–สื่อแม่ฮ่องสอน ขอบคุณ “สว.กัลยา” นำปัญหาพื้นที่สะท้อนกลางสภา เสนอแนวทางยกระดับเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

Uncategorized

ภาคท่องเที่ยว–สื่อแม่ฮ่องสอน ขอบคุณ “สว.กัลยา” นำปัญหาพื้นที่สะท้อนกลางสภา เสนอแนวทางยกระดับเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน


แม่ฮ่องสอน – เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและสื่อมวลชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวขอบคุณ นางกัลยา ใหญ่ประสาน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดลำพูน หลังนำประเด็นปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเข้าสู่การอภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภา โดยสะท้อนปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณสุข การคมนาคม และข้อจำกัดในการพัฒนาพื้นที่
การนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่เวทีวุฒิสภา เกิดขึ้นภายหลัง สว.กัลยา ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 2 ครั้ง ภายใต้โครงการ สว.พบประชาชนภาคเหนือ โดยระบุว่าได้พบเห็นข้อจำกัดและปัญหาหลายด้านของประชาชนในพื้นที่
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือปัญหาเส้นทางคมนาคม โดยเฉพาะทางหลวงหมายเลข 108 ซึ่งในช่วงฤดูฝนอาจได้รับผลกระทบจากดินสไลด์และต้นไม้ล้มขวางเส้นทาง ขณะที่บางพื้นที่ยังประสบปัญหาไฟฟ้าขัดข้องและสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ครอบคลุม ซึ่งอาจส่งผลต่อการติดต่อสื่อสารและการเข้าถึงบริการฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ยังมีการสะท้อนข้อจำกัดในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ซึ่งบางเส้นทางอาจมีสภาพการจราจรยากลำบาก รวมถึงข้อจำกัดด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งส่งผลต่อการปรับปรุงเส้นทางในบางพื้นที่
ด้านสาธารณสุข มีการหยิบยกประเด็นบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะโรงพยาบาลสบเมย ซึ่งมีการระบุถึงภาระการให้บริการประชาชนในพื้นที่ รวมถึงภารกิจที่เกี่ยวข้องกับผู้พักพิง ขณะเดียวกันยังมีข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับคุณภาพน้ำในแม่น้ำสาละวินและผลกระทบจากกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนสารเคมี
จากปัญหาดังกล่าว สว.กัลยาเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎหมายและนโยบาย เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ พร้อมเสนอแนวคิดการยกระดับจังหวัดแม่ฮ่องสอนสู่ “เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน” รวมถึงการส่งเสริมอาชีพที่ลดการใช้สารเคมี และการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรป่าไม้อย่างเหมาะสม
นายโชติ นรามณฑล ประธานชมรมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ขอขอบคุณ สว.กัลยา ที่นำข้อมูลและปัญหาที่ได้รับจากการลงพื้นที่ไปสะท้อนต่อที่ประชุมวุฒิสภา โดยเห็นว่าจะช่วยให้ผู้บริหารประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อเท็จจริงและข้อจำกัดของประชาชนในพื้นที่มากขึ้น
ขณะที่ นายภานุเดช ไชยสกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ภาคการท่องเที่ยวขอบคุณ สว.กัลยา ที่ช่วยสะท้อนปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเดินทางของจังหวัด
นายภานุเดชกล่าวว่า ที่ผ่านมาแม่ฮ่องสอนมีความพยายามผลักดันแนวคิดโครงการอุโมงค์เชื่อมเส้นทางแม่ฮ่องสอน–เชียงใหม่ โดยอยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินงานและการผลักดันในส่วนที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการเดินทางเข้าสู่จังหวัด ปัจจุบันเส้นทางหมายเลข 1095 ระยะทางประมาณ 245 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 5–6 ชั่วโมง ส่วนเส้นทางหมายเลข 108 ผ่านแม่สะเรียง–จอมทอง ระยะทางประมาณ 375 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 7–8 ชั่วโมง ทั้งนี้ ระยะเวลาเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพการจราจรและสภาพอากาศ
นายภานุเดชยังกล่าวถึงความต้องการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางทางอากาศ โดยระบุว่า ภาคการท่องเที่ยวพร้อมสนับสนุนสายการบินที่สนใจเปิดเส้นทางเข้าสู่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมองว่าจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจในพื้นที่
ทั้งนี้ ข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับเศรษฐกิจ และการแก้ไขข้อจำกัดต่าง ๆ ยังคงต้องผ่านการพิจารณาของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป//////ทศพล บุญพัฒน์//รายงาน