สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์ เปิดเวทีทีมผู้สมัครอธิการบดีราชภัฏฯ แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์อนาคตมหาวิทยาลัย
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ร้านดีดีคาเฟ่ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดเพชรบูรณ์จัดกิจกรรม “สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์” ครั้งที่ 4 เปิดเวทีพบปะ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และสร้างความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยมีเครือข่ายสื่อมวลชนทุกแขนงเข้าร่วมกว่า 17 คน
สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.นงลักษณ์ อานี รศ.ดร.ธรรม์ณชาติ วันแต่ง และ รศ.ดร.ปิยรัตน์ มูลศรี ทีมผู้สมัครอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ร่วมวงสนทนากับสื่อมวลชน เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ แนวทางการบริหารและพัฒนามหาวิทยาลัย รวมถึงตอบข้อซักถามเกี่ยวกับทิศทางมหาวิทยาลัยและอนาคตของนักศึกษา
ทั้งนี้ สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์ดำเนินกิจกรรมภายใต้แนวคิด “คุณอยากบอก เราอยากถาม ประชาชนอยากรู้ ส่งคำถามมา…เราถามให้” เปิดพื้นที่ให้ประชาชนสามารถเสนอประเด็น คำถาม หรือข้อสงสัยที่ต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจง เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์
ขณะเดียวกัน กิจกรรมยังยึดแนวคิด “แลกเปลี่ยนข่าวสาร สร้างสรรค์สังคม เชื่อมโยงเครือข่าย พัฒนาท้องถิ่น” โดยมุ่งให้สื่อมวลชนทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงข้อมูลและความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน นำไปสู่การรับรู้ปัญหาและการหาแนวทางพัฒนาจังหวัดเพชรบูรณ์ร่วมกัน
สำหรับ สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์ ครั้งที่ 4 ยังคงมุ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยง “คน–ข้อมูล–ความคิดเห็น–การพัฒนา” ใช้การพูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นกลไกสำคัญ เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ และผลักดันประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาจังหวัดเพชรบูรณ์อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนผศ.ดร.นงลักษณ์ อานี ลงสมัครเข้ารับการสรรหาอธิการบดี มรภ.เพชรบูรณ์ ชูนโยบาย “เชื่อมคน • เชื่อมงาน • เชื่อมอนาคต PCRU” มุ่งโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นงลักษณ์ อานี ผู้บริหารและนักกฎหมาย อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ สมัครเข้ารับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์ “เชื่อมคน • เชื่อมงาน • เชื่อมอนาคต PCRU” ภายใต้แนวคิด “โปร่งใส • เป็นธรรม • ตรวจสอบได้” และ “WORLD-CLASS CONNECTIONS, PHETCHABUN IMPACT – เชื่อมพลังระดับโลก สร้างผลลัพธ์ให้จังหวัดเพชรบูรณ์”
ผศ.ดร.นงลักษณ์ กล่าวว่า แนวทางการบริหารมหาวิทยาลัยในอนาคตต้องให้ความสำคัญกับ “คน” เป็นศูนย์กลาง โดยมุ่งสร้างความสามัคคี ความเข้าใจ และปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันอย่างมีพลังและมีเป้าหมายเดียวกันในการพัฒนามหาวิทยาลัย
ด้านนักศึกษา ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะการเพิ่มทุนการศึกษาและการช่วยเหลือนักศึกษาที่มีความสามารถแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมถึงแนวคิดการสนับสนุน ทุนเรียนฟรีสำหรับนักศึกษาที่มีศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมและนำองค์ความรู้ไปพัฒนาชุมชน เพื่อให้มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์เป็นส่วนสำคัญในการสร้างคนรุ่นใหม่ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับ คุณภาพชีวิตและสวัสดิการของนักศึกษาและบุคลากร โดยเฉพาะเรื่องที่พักอาศัย ตลอดจนการปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยให้เอื้อต่อการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย
ด้านการศึกษายุคใหม่ จะมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก สนับสนุนการสร้างนวัตกรรม งานวิจัย และองค์ความรู้ใหม่ พร้อมเชื่อมโยงศักยภาพของมหาวิทยาลัยกับชุมชน ภาคธุรกิจ และเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างชื่อเสียงและยกระดับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ให้เป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งประเด็นที่ ผศ.ดร.นงลักษณ์ ให้ความสำคัญคือ ความปลอดภัยและการบริหารจัดการจราจรภายในมหาวิทยาลัย โดยมีแนวคิดในการพิจารณาเปิดใช้ประตูด้านหลังมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยกระจายปริมาณการจราจร ลดความแออัดบริเวณทางเข้า–ออก และเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยให้กับนักศึกษา บุคลากร และประชาชนที่เข้ามาใช้พื้นที่มหาวิทยาลัย ทั้งนี้ต้องดำเนินการภายใต้การศึกษาความเหมาะสมและมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรอบคอบ
สำหรับแนวทางการบริหาร ผศ.ดร.นงลักษณ์ ย้ำถึงความสำคัญของ ความถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ โดยพร้อมผลักดันระบบการบริหารงานที่มีธรรมาภิบาล เปิดโอกาสให้บุคลากรและประชาคมมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็น ติดตาม และตรวจสอบการดำเนินงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัย
ภายใต้แนวคิด “WORLD-CLASS CONNECTIONS, PHETCHABUN IMPACT” หรือ “เชื่อมพลังระดับโลก สร้างผลลัพธ์ให้จังหวัดเพชรบูรณ์” ผศ.ดร.นงลักษณ์ มุ่งเชื่อมโยงเครือข่ายทางวิชาการและความร่วมมือระดับนานาชาติ เข้ากับการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อให้มหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นเพียงสถาบันการศึกษา แต่เป็นพลังสำคัญในการสร้างโอกาส สร้างนวัตกรรม และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่จังหวัดเพชรบูรณ์และสังคม
การลงสมัครเข้ารับการสรรหาในครั้งนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของประชาคมมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ในการร่วมพิจารณาทิศทางการบริหารมหาวิทยาลัยในอนาคต โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ “เชื่อมคน เชื่อมงาน เชื่อมอนาคต” พร้อมยึดหลัก โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ เป็นหัวใจของการบริหารมหาวิทยาลัย










