พระราชปณิธานสู่การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

Uncategorized

พระราชปณิธานสู่การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

“ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ขอพระสงฆ์จงจำไว้ด้วยดีว่า ข้าพเจ้าเป็นพุทธศาสนูปถัมภกเถิด”

พระราชดำรัสตอนหนึ่งที่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสต่อที่ประชุมสงฆ์ภายหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 นับเป็นพระราชปณิธานที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อพระพุทธศาสนาและพสกนิกรชาวไทย

พระราชดำรัสฉบับเต็มมีความว่า

«”ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ แต่เดิมมาข้าพเจ้าได้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส และได้เข้าถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะด้วยวิธีนั้น ๆ อยู่แล้ว ฉะนั้น บัดนี้ข้าพเจ้าได้เถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกแล้ว จึงขอมอบตัวแด่พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสังฆเจ้า จะได้รับการจัดการให้ความคุ้มครองรักษาพระพุทธศาสนาโดยชอบธรรมตลอดไป ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ขอพระสงฆ์จงจำไว้ด้วยดีว่า ข้าพเจ้าเป็นพุทธศาสนูปถัมภกเถิด”»

พระราชดำรัสนี้มิใช่เพียงพระราชดำรัสในพระราชพิธี หากเป็นพระราชปณิธานที่ทรงประกาศว่าจะทรงอุทิศพระองค์เพื่อคุ้มครอง อุปถัมภ์ และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญมั่นคงสืบไป สมดังพระราชฐานะของพระมหากษัตริย์ไทย ผู้ทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภกตามโบราณราชประเพณี

ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการอุปถัมภ์คณะสงฆ์ การสืบสานพระราชประเพณี การส่งเสริมการศึกษาของพระสงฆ์ การบูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งหมดล้วนเป็นภาพสะท้อนของพระราชปณิธานที่ทรงประกาศไว้ในวันประวัติศาสตร์ของแผ่นดิน

สืบสานพระราชประเพณี ค้ำจุนพระพุทธศาสนา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นประจำ ทั้งวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษา รวมทั้งทรงประกอบพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินหลวงตามพระอารามหลวงทั่วประเทศ เป็นการสืบทอดพระราชประเพณีที่มีมาแต่โบราณ และเป็นแบบอย่างแก่พุทธศาสนิกชนในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

พระราชพิธีที่สร้างความปลาบปลื้มแก่พสกนิกรทั่วประเทศ คือ พระราชพิธีพยุหยาตราทางชลมารคเพื่อถวายผ้าพระกฐิน เมื่อปีพุทธศักราช 2567 ซึ่งพระองค์เสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคไปถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร

พระราชพิธีครั้งนั้นมิใช่เพียงการถวายผ้าพระกฐินตามพระราชประเพณีเท่านั้น หากยังเป็นการฟื้นฟูพระราชพิธีอันทรงคุณค่าที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีการต่อเรือพระราชพิธี ดุริยางค์ไทย และภูมิปัญญาของชาติให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดิน อีกทั้งยังสะท้อนความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทยมาโดยตลอด

ทรงอุปถัมภ์กิจการคณะสงฆ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์ สัญญาบัตร และพัดยศแก่พระภิกษุผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ และทำคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งทรงติดตามและสนับสนุนกิจการของคณะสงฆ์ในทุกด้าน ทั้งการปกครอง การศึกษา การเผยแผ่ และงานสาธารณสงเคราะห์ เพื่อให้คณะสงฆ์สามารถปฏิบัติศาสนกิจและเป็นที่พึ่งทางจิตใจของประชาชนได้อย่างมั่นคง

ทรงส่งเสริมการศึกษาของคณะสงฆ์

พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษาพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกธรรมและบาลี รวมถึงการศึกษาของมหาวิทยาลัยสงฆ์ เพื่อพัฒนาพระภิกษุสามเณรให้เป็นผู้มีความรู้ในพระธรรมวินัย สามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้อง และตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคปัจจุบัน

การพัฒนาการศึกษาของคณะสงฆ์ยังเป็นการสร้างพระนักวิชาการ พระนักเผยแผ่ และผู้นำทางจิตวิญญาณที่จะสืบทอดพระพุทธศาสนาให้มั่นคงต่อไปในอนาคต

ทรงทำนุบำรุงพระอารามและมรดกทางพระพุทธศาสนา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการบูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม ศาสนสถาน โบราณสถาน และโบราณวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา เพื่ออนุรักษ์มรดกอันทรงคุณค่าของชาติ ทั้งในด้านศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์

วัดในพระพุทธศาสนาไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนพิธีเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางของชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นพื้นที่ที่หล่อหลอมคุณธรรมของผู้คนในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

พระองค์ทรงสนับสนุนบทบาทของคณะสงฆ์ไทยในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในประเทศและต่างประเทศ สนับสนุนการปฏิบัติศาสนกิจของพระธรรมทูตไทย และส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรพระพุทธศาสนานานาชาติ เพื่อเผยแพร่หลักธรรมแห่งเมตตา สันติ และปัญญาไปสู่ประชาคมโลก

พร้อมกันนั้น ยังทรงสนับสนุนบทบาทของวัดไทยในต่างประเทศ ซึ่งนอกจากจะเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยแล้ว ยังเป็นสถานที่เผยแพร่วัฒนธรรม ภาษา และประเพณีไทยควบคู่กับพระพุทธศาสนา

พระราชปณิธานที่ปรากฏเป็นรูปธรรม

เมื่อพิจารณาพระราชกรณียกิจตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า พระราชดำรัสที่ว่า “ข้าพเจ้าเป็นพุทธศาสนูปถัมภกเถิด” มิใช่เพียงพระราชดำรัสในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก หากเป็นพระราชปณิธานที่ทรงปฏิบัติอย่างต่อเนื่องผ่านพระราชกรณียกิจนานัปการ ทั้งการอุปถัมภ์คณะสงฆ์ การสืบสานพระราชประเพณี การส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม การอนุรักษ์พระอารามและมรดกทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนการเผยแผ่พระธรรมคำสอนไปสู่ประชาคมโลก

พระราชกรณียกิจเหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นถึงพระราชหฤทัยที่ทรงยึดมั่นในพระรัตนตรัย และทรงมุ่งธำรงพระพุทธศาสนาให้เป็นหลักยึดเหนี่ยวทางจิตใจของประชาชน เป็นรากฐานของคุณธรรม ความสามัคคี และความมั่นคงของประเทศ

ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงสืบสานพระราชภารกิจของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ในฐานะ องค์อัครศาสนูปถัมภก ผู้ทรงคุ้มครอง อุปถัมภ์ และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เพื่อให้พระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังคงเป็นแสงสว่างนำทางแก่สังคมไทยตราบนานเท่านาน

ขอจงทรงพระเจริญ
ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า ดร.นิยม เวชกามา