ดร.นิยม เวชกามา ชี้กรณี ป.ป.ช. วินิจฉัยวัดไทยในต่างประเทศ ควรตีความตามเจตนารมณ์กฎหมาย ไม่ใช่เพียงตัวอักษร…!!!
ดร.นิยม เวชกามา อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติในประเด็น #การสนับสนุนงบประมาณแก่วัดไทยในต่างประเทศ ซึ่งกำลังสร้างข้อถกเถียงในหมู่ #พระธรรมทูต และพุทธศาสนิกชนทั่วโลก
ดร.นิยม กล่าวว่า แม้การวินิจฉัยจะอาศัยข้อกฎหมายเป็นหลัก แต่ในทางรัฐศาสตร์และหลักนิติธรรม การตีความกฎหมายควรคำนึงถึง “เจตนารมณ์ของกฎหมาย” ควบคู่กับถ้อยคำในบทบัญญัติ ไม่ใช่ยึดเพียงการตีความตามตัวอักษร เพราะกฎหมายแต่ละฉบับมีวัตถุประสงค์เฉพาะที่ต้องรักษาไว้
“ผมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการร่างกฎหมาย ป.ป.ช. ฉบับนี้ โดยมีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส. จังหวัดพัทลุง เป็นประธานกรรมาธิการ จึงเห็นว่าการตีความควรพิจารณาเจตนารมณ์ของผู้ร่างกฎหมายด้วย จึงมีความเห็นแตกต่างจากแนววินิจฉัยดังกล่าว”
ดร.นิยม ยังตั้งข้อสังเกตว่า #วัดไทยในต่างประเทศ มีสถานะเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาและเป็นฐานปฏิบัติภารกิจของพระธรรมทูต เปรียบได้กับสถานเอกอัครราชทูตซึ่งเป็นฐานปฏิบัติหน้าที่ของนักการทูตไทยในต่างแดน จึงไม่ควรมองเพียงมิติของที่ตั้งหรือกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายของประเทศนั้นเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังเห็นว่า ทรัพย์สินของวัดไทยในต่างประเทศจำนวนมาก เกิดจากการที่พระสงฆ์ไทยและพุทธศาสนิกชนไทยร่วมกันจัดหาหรือซื้อขาดจากเจ้าของเดิมในประเทศนั้น ๆ เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา จึงมีคุณค่าในฐานะทรัพย์สินที่คนไทยร่วมกันสร้างและควรได้รับการคุ้มครองในฐานะมรดกของพระพุทธศาสนาและของประเทศไทย
ทั้งนี้ ดร.นิยม ยังกล่าวขอบคุณ #พระมหานรินทร์ นรินฺโท ประธานสงฆ์พระธรรมทูตไทย ซึ่งได้ส่งข้อมูลและข้อเท็จจริงจากภาคสนามมาให้ศึกษา จนทำให้เห็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อวัดไทยในต่างประเทศ หากแนววินิจฉัยดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นบรรทัดฐานในอนาคต โดยประเด็นนี้กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในแวดวงพระธรรมทูตไทยทั่วโลก
ดร.นิยม ย้ำว่า ประเด็นดังกล่าวควรได้รับการหารืออย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของกฎหมาย การบริหารราชการ และการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและไม่ส่งผลกระทบต่อภารกิจของวัดไทยและพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศ.
#นิยมเพื่อคนไทย
#มหานิยม #นิยมเวชกามา


