คณะอนุกรรมาธิการกิจการทางทหารด้านไซเบอร์
เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
ณ ห้องประชุม 406-407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา
โดยมี นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ประธานคณะอนุกรรมาธิการ เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาสำคัญ สรุปได้ดังนี้

**พิจารณารับทราบความต้องการใช้ดาวเทียมทางยุทธการ
และบรรเทาสาธารณภัยของเหล่าทัพ
รวมทั้งความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติกิจการอวกาศ
โดยเชิญ ผู้แทนกรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม
ผู้แทนกองบัญชาการกองทัพไทย
ผู้แทนกองทัพบก ผู้แทนกองทัพเรือ
และผู้แทนกองทัพอากาศ เข้าร่วมประชุมหารือ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
โดยอวกาศเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ไม่อาจมองข้าม พร้อมกับความท้าทายต่อนโยบาย การป้องกันประเทศและเสถียรภาพของโลกโดยรวม ทิศทางและภารกิจด้านอวกาศของกระทรวงกลาโหมและกองทัพ มุ่งเน้นใน 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ การสื่อสารผ่านดาวเทียม การใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง และการเฝ้าระวังจราจรทางอวกาศ ปัจจุบันมีการเปลี่ยนผ่านย่านความถี่ในเทคโนโลยีการสื่อสาร เพื่อรองรับข้อมูลขนาดใหญ่และภารกิจทางยุทธการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในด้านการสำรวจ กองทัพได้ใช้ประโยชน์จากดาวเทียม THEOS-2 ในภารกิจความมั่นคงโดยตรง แต่ยังมีข้อจำกัดด้านความถี่ในการถ่ายภาพซ้ำ และข้อกังวลด้านการรักษาความลับของข้อมูลเมื่อต้องใช้บริการจากต่างชาติ
ในการนี้ เพื่อความยั่งยืนและเสถียรภาพทางทหาร ที่ประชุมมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1) การจัดหาดาวเทียมของกระทรวงกลาโหมเอง เพื่อขจัดปัญหาความล่าช้าและการรั่วไหลของข้อมูลจากการเช่าใช้บริการต่างชาติ
2) การกระจายความเสี่ยงระบบระบุพิกัดเพื่อเสริมความแม่นยำ
และลดการพึ่งพาระบบใดระบบหนึ่ง
3) การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการสร้างดาวเทียมขนาดเล็กในประเทศ
เพื่อสร้างกำลังพลและองค์ความรู้ทางเทคนิค 4) การเตรียมพร้อมบุคลากรโดยการพัฒนาศักยภาพกำลังพลในระดับสูง รวมถึงแนวคิดเรื่องการมีนักบินอวกาศไทยเพื่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์อวกาศในอนาคต
5)เสนอให้มีการจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินสำหรับการจัดซื้อภาพถ่ายดาวเทียมในกรณีเร่งด่วนเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านข่าวกรอง
โดยข้อมูลสำคัญและข้อเสนอแนะจากการประชุมในครั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการจะนำไปประกอบการพิจารณาเพื่อจัดทำรายงานข้อเสนอแนะ
ว่าด้วยการใช้ประโยชน์จากมิติอวกาศในทางยุทธการของเหล่าทัพและการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการป้องกันประเทศให้ก้าวทันต่อเทคโนโลยีและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ภายใต้กรอบหน้าที่และอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อความมั่นคงสูงสุดของประเทศสืบ
สุดท้ายนายไชยยงค์. ประธานคณะอนุ กล่าวว่าจากการชี้แจงของทุกหน่วย ร่วมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคณะอนุกับผู้มาชี้แจง
ได้เห็นถึงความก้าวหน้า นหลายด้านและได้เห็นถึงปัญหาอุปสรรคและความลั่กลั่นในข้อกฎหมายซึ่งต้องมีการแด้ไข รวมไปถึงงบประมาณในการพัผฒนาการวิจัย ที่ต้องเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งหลายอย่างเป็นการยืมจมูกคนอื่นหายใจ ซึ่งไม่สอดคล้องกับ นโยบายด้านความมั่นคงของประเทศ ซึ่งคณะอนุฯ จะนำทุกปัญหาไป ผลักดัน ให้มีการแก้ไข ทั้งในเรื่อง ดาวเทียม ,อวกาศ จีพีเอส ที่ต้องเป็นของกองทัพ ” ดาวเทียม เหมือนอากาศหายใจ ที่มองไม่เห็น แต่ขาดไม่ได้” ประธานอนุกล่าว ก่อนปิดการประชุม

