รอง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ย้ำให้ชัดอีกครั้ง อย่าบิดเบือน คดีมาตรา 116 เป็นคดีชุดมลายู

วันนี้ (วันที่ 14 พฤษภาคม 2569) พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกรณีที่เพจของศูนย์ทนายความมุสลิม และสื่อสังคมออนไลน์บางส่วน เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดีการจัดกิจกรรมแต่งกายชุดมลายูท้องถิ่น ณ หาดวาสุกรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2565 โดยมีการใช้ถ้อยคำหรือสื่อสารในลักษณะที่อาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ว่าเป็น “คดีชุดมลายู” หรือเป็นการดำเนินคดีจากการแต่งกายหรือการแสดงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม นั้น
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอเรียนชี้แจงว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องในข้อหาเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 หรือข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” จากพฤติการณ์ที่ปรากฏระหว่างการจัดกิจกรรมฯ ซึ่งจำเลยทั้ง 9 คน ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำการบางประการอันเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย มิใช่การดำเนินคดีจากการแต่งกายด้วยชุดมลายู หรือการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กำหนดความผิดเกี่ยวกับการกระทำที่เป็นการทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีการอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายหรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร
กรณีดังกล่าว ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล ซึ่งทุกฝ่ายยังคงมีสิทธิ์ต่อสู้คดีและได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ ดังนั้น การสื่อสารต่อสาธารณะควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อไม่ให้เกิดการชี้นำหรือสร้างความเข้าใจผิดว่าการดำเนินคดีครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการแต่งกาย การใช้ภาษา หรือการแสดงออกทางวัฒนธรรมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอเน้นย้ำว่า หน่วยงานของรัฐให้ความเคารพต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐยึดหลักนิติธรรม ความเสมอภาค และพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดีเป็นสำคัญ มิได้มีเป้าหมายต่อกลุ่มชาติพันธุ์ ศาสนา หรืออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมใดโดยเฉพาะ พร้อมขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์ และติดตามข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม การเผยแพร่ข้อมูลหรือสื่อสารในลักษณะที่บิดเบือนข้อเท็จจริงของคดี อาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดต่อกระบวนการยุติธรรม และส่งผลกระทบต่อบรรยากาศแห่งความเข้าใจและความไว้วางใจในสังคม จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในการนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้าน ยึดข้อเท็จจริง และหลีกเลี่ยงการสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อสาธารณชน
……………………………………………………
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
14 พฤษภาคม 2569
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

