newspaper)สว.เศรณี แถลงเรียกร้องกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินโครงการนมโรงเรียนอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรอย่างแท้จริง

Uncategorized

(newspaper)สว.เศรณี แถลงเรียกร้องกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินโครงการนมโรงเรียนอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรอย่างแท้จริง

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.) นายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา แถลงข่าวเรื่อง “การบริหารจัดการโครงการนมโรงเรียน ประจำปี 2569” โดยมีข้อเสนอแนะไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และข้อห่วงใยถึงความโปร่งใสของการบริหารจัดการนมโรงเรียน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน โดยขอเรียกร้องใน 2 ประเด็น ดังนี้ 1.ความเป็นธรรมเรื่อง การบริหารจัดการโครงการนมโรงเรียน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จากนโยบายส่งเสริมให้เด็กไทยได้บริโภคนมโดยตั้งงบประมาณไว้ให้เยาวชนของชาติสามารถบริโภคนมจากการสนับสนุนของรัฐบาล ไม่ต่ำกว่า 260 วัน/ปี ซึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 14,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายให้นักเรียนได้มีโอกาสบริโภคนมได้ทั้ง 365 วัน เพื่อส่งเสริมในเรื่องของสุขภาพ บริโภคนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการ ขณะที่ การจัดสรรแบ่งโควตาระหว่างหน่วยงานของรัฐ อาทิ สถาบันเกษตรกร รัฐวิสหกิจ และสถานศึกษา อยู่ที่ประมาณ 70% ส่วนภาคเอกชน 30% ต่อมาได้มีการปรับปรุงแก้ไขสัดส่วนของนมโรงเรียนขึ้นมาใหม่ โดยโควตาของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นอีก 9% รวมเป็น 39% ส่วนหน่วยงานภาครัฐโดนตัดโควต้าเหลือเพียง 61% โดยขอตั้งสังเกตว่าการดำเนินการเช่นนี้ทำให้สถาบันเกษตรกร วิสาหกิจ รวมถึงสถานศึกษา เสียประโยชน์ในเรื่องการบริหารจัดการโครงการนำโรงเรียน โดยเห็นว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องสนับสนุนและส่งเสริมสถาบันเกษตรกรหรือสหกรณ์ให้สามารถดำเนินการกิจการต่าง ๆ ได้อย่างมีเสถียรภาพ ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 และมติครม. ลงวันที่ 20 มกราคม 2569 เขียนไว้ชัดเจนว่ากิจการนมโรงเรียนนั้นขอให้รัฐบาลทุกรัฐบาลให้ความสำคัญกับสหกรณ์ รัฐวิสหกิจ สถาบันการศึกษา เป็นลำดับแรก
.
ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการอย่างถูกต้องและเป็นธรรมแล้ว แต่ต่อมาได้มีการออกหลักเกณฑ์ในลักษณะเป็นการกีดกันสถาบันเกษตรกร สถานศึกษาและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ โดยอ้างถึงรัฐธรรมนูญว่าหน่วยงานของรัฐนั้นไม่ควรแข่งขันกับภาคเอกชน ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างถึงรัฐธรรมนูญที่ไม่ครบถ้วน จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า เรื่องของการบริหารจัดการโครงการนมโรงเรียนเป็นเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลมายาวนาน เกรงว่าจะมีการแทรกแซงโครงการนมโรงเรียน เพื่อที่จะให้ผลประโยชน์ทั้งหมดไปตกอยู่ที่เอกชน และทำลายสถาบันเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นสหกรณ์โคนมหนองโพ สหกรณ์ต่าง ๆ สถานศึกษา หรือองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักที่เข้ามาบริหารจัดการเรื่องของนมโรงเรียน จึงขอให้ดำเนินการโครงการนมโรงเรียนอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรอย่างแท้จริง สำหรับประเด็นที่ 2 ขอเสนอแนะเรื่องของการแบ่งเขตต่าง ๆ โดยอยากให้โรงงานผลิตนมอยู่ใกล้สถานศึกษา หรือสหกรณ์รับซื้อนมดิบอยู่ในพื้นที่เดียวกันเพื่อลดต้นทุนในเรื่องค่าขนส่ง โดยให้สามารถส่งนมได้อย่างมีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน ส่งถึงนักเรียนได้อย่างรวดเร็ว