กมธ.พัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ติดตามการดูแลกลุ่มเปราะบางและการฟื้นฟูหลังอุทกภัย พร้อมรวบรวมข้อมูลเสนอรัฐบาล เร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือและเยียวยา

Uncategorized

ส.ปชส.สงขลา ส่งข่าว-ภาพ //

✅กมธ.พัฒนาสังคมฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ติดตามการดูแลกลุ่มเปราะบางและการฟื้นฟูหลังอุทกภัย พร้อมรวบรวมข้อมูลเสนอรัฐบาล เร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือและเยียวยา

วันที่ 20 มกราคม 2569 คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา นำโดย นายชาญชัย ไชยพิศ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 7 ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อประชุมติดตามผลการดำเนินงานด้านการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้มีความหลากหลายทางเพศ และกลุ่มชาติพันธุ์ วุฒิสภา โดยมี นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นางณิชาพัชฌ์ เพ็ชรพันธุ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา นายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน ณ ห้องประชุม Conference ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา

นายชาญชัย ไชยพิศ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 7 กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก ดร.วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ให้ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาเพื่อพบปะ รับฟัง และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นด้านการพัฒนาสังคมและการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งสงขลาเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การคมนาคม และการเชื่อมโยงพื้นที่ภาคใต้ เมื่อเกิดสถานการณ์อุทกภัย วุฒิสภาและคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมระดมความช่วยเหลือทั้งกำลังใจและสิ่งของเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และในครั้งนี้ คณะกรรมาธิการมีความพร้อมที่จะลงพื้นที่เพื่อรับฟังข้อมูล รับทราบปัญหาอุปสรรค และนำประเด็นที่เกี่ยวข้องไปประมวลผลักดันต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านการเยียวยาและการแก้ไขปัญหาที่ยังคงค้างอยู่

จากนั้น ที่ประชุมได้รับฟังรายงานสถานการณ์อุทกภัย โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จากเหตุฝนตกหนักรุนแรงในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งผลกระทบครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 590,000 ครัวเรือน และต้องอพยพออกจากพื้นที่ประมาณ 49,000 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 159 ราย ความเสียหายครอบคลุมบ้านเรือน สถานที่ราชการ โรงเรียน ศาสนสถาน และยานพาหนะจำนวนมาก รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมเสียหายกว่า 280,000 ไร่ ในส่วนของการช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี จังหวัดสงขลาได้โอนเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท ไปแล้วกว่า 610,000 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินกว่า 5,500 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน จังหวัดได้ระดมกำลังจากทุกภาคส่วนเร่งฟื้นฟูพื้นที่ โดยเฉพาะการจัดการขยะตกค้างกว่า 250,000 ตัน แบ่งพื้นที่ดำเนินการออกเป็น 5 โซน และจัดกิจกรรม Big Cleaning รวม 3 ครั้ง พร้อมเดินหน้าจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำระยะยาว โดยในช่วงปี 2569–2570 จะเร่งขุดลอกคูคลอง ซ่อมแซมอาคารชลประทานที่ชำรุด 243 แห่ง ควบคู่การยกระดับแผนเผชิญเหตุและการจัดการภัยพิบัติโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อสร้างความพร้อมอย่างยั่งยืน

ด้านสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา รายงานว่า กลุ่มเปราะบางซึ่งประกอบด้วยเด็ก คนพิการ และผู้สูงอายุ ได้รับผลกระทบกว่า 34,000 ราย ครอบคลุมทั้ง 127 ตำบล พม. ได้บูรณาการความร่วมมือกับ 11 หน่วยงาน เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับผู้ประสบภัยกว่า 20,000 ราย พร้อมส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์ลงพื้นที่ประเมินความต้องการรายครัวเรือน และจ่ายเงินสงเคราะห์ฉุกเฉินรายละ 3,000 บาท ผ่านระบบ พม. Smart ควบคู่การวางแผนฟื้นฟูระยะยาว ทั้งการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย การฝึกอาชีพ และการเยียวยาด้านสุขภาพจิต

ขณะที่เทศบาลนครหาดใหญ่ รายงานถึงความเสียหายในพื้นที่เศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ระดับน้ำท่วมสูงถึง 2.70 เมตร ส่งผลให้ทรัพย์สินและข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือนเสียหายเกือบทั้งหมด เกิดปัญหาขยะจำนวนมาก และเศรษฐกิจในพื้นที่ชะลอตัว พร้อมเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับเกณฑ์การช่วยเหลือให้มีความยืดหยุ่น ลดขั้นตอนทางเอกสาร เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

ทางด้าน นายชาญชัย ไชยพิศ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 7 ประธานการประชุม กล่าวว่า คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลทั้งหมดไปถอดบทเรียน วิเคราะห์ และสรุปประเด็น เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือ ฟื้นฟู และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป..//