แม่ฮ่องสอนจับมือ UNHCR–IRC ยกระดับความพร้อมด้านมนุษยธรรม เตรียมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินชายแดน

แม่ฮ่องสอน – จังหวัดแม่ฮ่องสอนร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และองค์การคณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ (IRC) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการประสานงานและการเตรียมความพร้อมด้านมนุษยธรรมสำหรับผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเตรียมแนวทางบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินบริเวณชายแดนอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมอิมพีเรียลแม่ฮ่องสอน อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดการประชุม โดยมีนายคีน ชัม (Mr. Keane Shum) ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนายอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งรักษาราชการแทนปลัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอขุนยวม หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคง สาธารณสุข สังคมสงเคราะห์ และองค์กรภาคีด้านมนุษยธรรมเข้าร่วม
การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และแนวทางปฏิบัติร่วมกัน ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับองค์กรระหว่างประเทศ ให้สอดคล้องกับบริบทและความจำเป็นเฉพาะของพื้นที่ชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน
นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า การบริหารจัดการสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบกฎหมาย นโยบายของรัฐ และหลักมนุษยธรรมสากล
ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่มีเหตุการณ์ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่สถานการณ์ตามแนวชายแดนยังคงมีความเปราะบางและไม่แน่นอน การประชุมจึงเป็นโอกาสให้หน่วยงานฝ่ายไทยและองค์กรด้านมนุษยธรรมได้หารือเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งในด้านการประสานงาน การใช้ทรัพยากร และการสนับสนุนด้านสังคมและการแพทย์ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่า
นอกจากนี้ การประชุมยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแลผู้หนีภัยฯ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่รับผิดชอบดูแลประชาชนชาวไทยในพื้นที่ เข้าใจบทบาทและหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานชัดเจนยิ่งขึ้น ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน และส่งเสริมการประสานความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ
ขณะที่ UNHCR สนับสนุนองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมการทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยและภาคีเครือข่าย ให้การเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมเป็นไปอย่างรอบด้าน
การประชุมครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวทางประสานงานร่วมกันอย่างชัดเจน และสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินบริเวณชายแดนได้อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและหลักมนุษยธรรม
นายทศพล บุญพัฒน์ / แม่ฮ่องสอน

