สว.สงขลา ห่วงซ่อมคลอง ร.1 ย้ำต้องเป็นไปตามสัญญา พร้อมเร่งแผนรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่

Uncategorized

 

สว.สงขลา ห่วงซ่อมคลอง ร.1 ย้ำต้องเป็นไปตามสัญญา พร้อมเร่งแผนรับมือน้ำท่วมหาดใหญ่

 

 

 


 

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา จ.สงขลา กลุ่มสื่อสารมวลชนและผู้สร้างวรรณกรรม กล่าวถึงการติดตามโครงการซ่อมแซมคลอง ร.1 ซึ่งได้รับความเสียหายจากอุทกภัย โดยระบุว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.ภาค 9 ป.ป.ช.จังหวัดสงขลา และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของโครงการดังกล่าว

โครงการอยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ซึ่งได้รับงบประมาณ 386 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงและซ่อมแซมผนังกั้นน้ำที่ได้รับความเสียหาย โดยว่าจ้างบริษัทเพิ่มพูนวิศวกรรม จำกัด เป็นผู้ดำเนินการ

นายไชยยงค์กล่าวว่า จากข้อมูลการติดตามตรวจสอบ มีประเด็นเกี่ยวกับการตอกแผ่นเหล็กชีทไพล์ ซึ่งพบว่าบางจุดสามารถตอกได้ลึกประมาณ 1.5–5 เมตร จากระดับที่กำหนดไว้ 12 เมตร จึงเห็นว่ากรมชลประทานควรตรวจสอบรายละเอียดทางวิศวกรรมและเงื่อนไขในสัญญาให้ชัดเจน รวมถึงพิจารณาผลกระทบต่อวงเงินโครงการหากมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการหรือปริมาณงาน

อีกประเด็นคือวัสดุแผ่นชีทไพล์ที่ระบุว่าเป็นวัสดุนำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งนายไชยยงค์เห็นว่าควรตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาและราคากลางว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดหรือไม่ พร้อมขอให้ ป.ป.ช. และ สตง.ติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างโปร่งใสและเกิดประโยชน์ต่อประชาชน

สำหรับกรณีที่มีการกล่าวถึงบริษัทผู้รับเหมาว่าเกี่ยวข้องกับนักการเมือง นายไชยยงค์ระบุว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าบริษัทใดเป็นผู้รับเหมา แต่ต้องเป็นบริษัทที่สามารถดำเนินงานได้ตามมาตรฐาน มีคุณภาพ และเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา

ส่วนความห่วงใยอีกด้านคือความพร้อมในการรับมือสถานการณ์อุทกภัยของกรมชลประทาน เทศบาลนครหาดใหญ่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายไชยยงค์ระบุว่า การซ่อมแซมผนังคลอง ร.1 ขณะนี้มีข้อมูลว่าการตอกแผ่นชีทไพล์ดำเนินการไปแล้วประมาณ 85% จึงขอให้เร่งดำเนินการส่วนที่เหลือ รวมถึงการซ่อมแซมประตูระบายน้ำและส่วนประกอบอื่น ๆ ของคลอง ร.1 ให้แล้วเสร็จก่อนเข้าสู่ช่วงฝนตกหนัก

ขณะเดียวกัน ในส่วนของเทศบาลนครหาดใหญ่ ยังมีภารกิจขุดลอกคูระบายน้ำในเขตเทศบาลที่ต้องดำเนินการอีกเกือบ 100 กิโลเมตร จึงเห็นว่าทุกหน่วยงานควรเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูน้ำท่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ

นายไชยยงค์ยังเสนอว่า สิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการควบคู่กัน คือการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้ประชาชน โดยเฉพาะแผนการเตือนภัย ระบบสื่อสารที่ต้องสามารถใช้งานได้ในภาวะฉุกเฉิน รวมถึงแผนการอพยพและศูนย์อพยพที่ต้องมีความพร้อมและตั้งอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม

นอกจากนี้ ควรมีแผนรองรับหลังการอพยพ ทั้งการดูแลความปลอดภัยในชุมชน การป้องกันการลักทรัพย์ในบ้านเรือนที่ประชาชนต้องทิ้งไว้ การจัดพื้นที่จอดรถเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำ รวมถึงการกำหนดระบบบัญชาการเหตุการณ์หรือ Single Command ให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบและสั่งการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

“วันนี้ประชาชนต้องการรับรู้ถึงแผนการรับมือน้ำท่วมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจและเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง” นายไชยยงค์กล่าว พร้อมเสนอให้ทุกหน่วยงานเร่งประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อเตรียมพร้อมหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงเช่นเดียวกับปี 2568