“รองเจ๋ง” ย้ำพลังนักธุรกิจชายแดนใต้ เดินหน้าจดทะเบียนองค์กร ยกระดับเครือข่ายสู่ความเป็นรูปธรรม เข้าถึงโอกาส–สิทธิประโยชน์จากรัฐ

Uncategorized

“รองเจ๋ง” ย้ำพลังนักธุรกิจชายแดนใต้ เดินหน้าจดทะเบียนองค์กร ยกระดับเครือข่ายสู่ความเป็นรูปธรรม เข้าถึงโอกาส–สิทธิประโยชน์จากรัฐ

วันนี้ (8 กันยายน 2569) เวลา 14.00 น. นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเครือข่ายนักธุรกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในกิจกรรมอบรมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้หัวข้อ “ภาษีเพื่อธุรกิจ เปลี่ยนต้นทุนให้เป็นกลยุทธ์” ณ ห้องประชุมแม่ชม สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมีผู้ประกอบการและนักธุรกิจจากจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

เวทีดังกล่าวมุ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สะท้อนปัญหาและข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาเครือข่ายธุรกิจชายแดนใต้ให้มีความเข้มแข็งและสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายจิรันดร สุทธิช่วย ประธาน SBN รุ่นที่ 3 กล่าวว่า เครือข่ายได้กำหนดทิศทางการทำงานในปี 2570 โดยมุ่งเน้นการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและต่อยอดสู่ความร่วมมือและโอกาสทางธุรกิจจริง ผ่าน 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การสร้างสัมพันธ์และเชื่อมโยงธุรกิจชายแดนใต้ เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการและผลักดันสินค้าและบริการสู่ตลาดภายนอก การขับเคลื่อนกิจกรรม “Thai Deep South” เพื่อสร้างแพลตฟอร์มและโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง การเดินหน้า Business Matching ทั้งในพื้นที่และกรุงเทพฯ เพื่อเปิดตลาด การลงทุน และสร้างพันธมิตรใหม่ รวมถึงเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจมุสลิมทั้งในและต่างประเทศ และ การจัด Training Class เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้ประกอบการในเครือข่าย โดยใช้ Co-working Space เป็นพื้นที่กลางในการสร้างความร่วมมือและเครือข่ายทางธุรกิจ

ด้าน นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวแสดงความยินดีกับเครือข่ายนักธุรกิจที่มีความเข้มแข็งและรวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมชื่นชมศักยภาพของสมาชิกที่สามารถสร้างเครือข่ายความร่วมมือได้อย่างกว้างขวาง ทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ และหน่วยงานต่าง ๆ

นายชนธัญฯ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญของเวทีวันนี้ไม่ใช่การที่ภาครัฐจะเป็นฝ่ายพูดเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องการรับฟังผู้ประกอบการโดยตรงว่า “อะไรคืออุปสรรค อะไรคือข้อจำกัด และอะไรที่ภาครัฐสามารถช่วยปลดล็อกได้” เพื่อให้ธุรกิจในพื้นที่สามารถเดินหน้าได้อย่างคล่องตัวและเติบโตได้เต็มศักยภาพ

โดยเฉพาะประเด็นกฎหมายและกฎระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ ซึ่งภาครัฐจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงและอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้ง่ายขึ้น พร้อมย้ำว่า บทบาทของภาครัฐบางเรื่องอาจไม่จำเป็นต้องเข้าไปทำแทนภาคธุรกิจ แต่สิ่งสำคัญคือ “ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของธุรกิจ”

พร้อมกันนี้ ยังสนับสนุนให้เครือข่ายจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะมาตรการด้านการเงิน การคลัง และการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ เพื่อนำไปหารือกับหน่วยงานระดับนโยบาย เช่น กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการในจังหวัดชายแดนภาคใต้

นอกจากนี้ นายชนธัญฯ ยังเสนอให้เครือข่ายพิจารณายกระดับการรวมกลุ่มจากเครือข่ายที่มีความเข้มแข็งไปสู่การจัดตั้งเป็นสมาคม ชมรม หรือองค์กรที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลอย่างชัดเจน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ รวมถึงสามารถเข้าถึงโครงการและกลไกการสนับสนุนจากภาครัฐได้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ศอ.บต. พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงและสนับสนุนเครือข่ายผู้ประกอบการ โดยเปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจเสนอปัญหาและความต้องการที่แท้จริง เพื่อนำไปสู่การผลักดันในระดับนโยบาย และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตของธุรกิจในพื้นที่

สำหรับแผนการขับเคลื่อนปี 2570 เครือข่ายมุ่งสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการตั้งแต่ระดับพื้นที่สู่ระดับประเทศและต่างประเทศ ผ่านการสร้างเครือข่าย Business Matching การเปิดตลาด การพัฒนาองค์ความรู้ และการลดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ

เป้าหมายสำคัญคือ “เปลี่ยน Connection ให้เป็นโอกาส และเปลี่ยนโอกาสให้เป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นจริง” เพื่อให้ผู้ประกอบการจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้เติบโตเพียงลำพัง แต่เติบโตไปพร้อมกับเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรทางธุรกิจอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป