สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์ ถอดบทเรียน 25 ปี แก้น้ำท่วม เตือนอย่ารอให้เกิดเหตุ

Uncategorized

สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์ ถอดบทเรียน 25 ปี แก้น้ำท่วม เตือนอย่ารอให้เกิดเหตุ


เพชรบูรณ์ – เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดเพชรบูรณ์ จัด “สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์” ครั้งที่ 5 เปิดเวทีถอดบทเรียนแนวคิดแก้ปัญหาน้ำท่วมตลอด 25 ปี ผู้เชี่ยวชาญเตือนทุกภาคส่วนเร่งเตรียมรับมือภัยพิบัติ อย่ารอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 69 ที่ลานวัดโพธิ์เย็น อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ เครือข่ายสื่อมวลชนจังหวัดเพชรบูรณ์ จัดกิจกรรม “สภากาแฟสื่อเพชรบูรณ์” ครั้งที่ 5 มีเครือข่ายสื่อมวลชนจากหลายแขนงเข้าร่วมกว่า 15 คน เปิดเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและสร้างความร่วมมือระหว่างสื่อ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยครั้งนี้หยิบประเด็น “25 ปี แนวคิดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเพชรบูรณ์” มาถอดบทเรียน พร้อมเสนอแนวทางรับมือน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจเมือง
ดร.ดิเรก ถึงฝั่ง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ในอดีตนั้น ได้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยการปรับจากการ “ตั้งรับในเมือง” เป็นการจัดการน้ำตั้งแต่ต้นทาง โดยใช้หลัก “ดัก ชะลอ และแยกน้ำ” เช่น สร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กตามแนวร่องเขา เพื่อช่วยตัดยอดน้ำหลาก ซึ่งปัจจุบัน จังหวัดเพชรบูรณ์มีอ่างเก็บน้ำตามแนวพระราชดำริ 9 อ่าง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพทางระบายน้ำและเปิดทางน้ำ เช่น การใช้ Box Culvert หรือท่อเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับมวลน้ำ ลดปัญหาน้ำเอ่อล้นและผลกระทบต่อชุมชน รวมถึงเส้นทางคมนาคม รวมถึงทำทางเบี่ยงน้ำหรือ By-pass ไม่ให้มวลน้ำไหลเข้าสู่ใจกลางเมืองพร้อมกันซึ่งได้ผล แต่ในปัจจุบัน สถานการณ์การเกิดน้ำท่วมมีความรุนแรงมากขึ้น อย่างที่เกิดที่ อ.ปัว จ.น่าน หรือล่าสุดที่เกิดขึ้นในเนปาล ดังนั้นเราต้องมาวางแผนใหม่ ปรับปรุงพัฒนานวัตกรรมต่างๆในการจัดการน้ำให้ดีขึ้น การแจ้งเตือนที่ต้องรวดเร็ว ชัดเจนและครอบคลุม
ด้าน นายสุชาติ เจริญศรี อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรองอธิบดีกรมชลประทาน เน้นว่าการบริหารจัดการน้ำต้องบูรณาการทั้งด้านเกษตร ชลประทาน และการใช้ประโยชน์พื้นที่ เพื่อให้แผนงานสอดคล้องกับสภาพจริงของจังหวัด ใช้แผนแม่บท 3 เสาหลัก คือต้นเก็บ รักษาป่าไม้และสร้างอ่างเก็บน้ำที่ต้นน้ำ กลางหน่วง มีแหล่งน้ำชะลอน้ำและใช้เพื่อการเกษตร และปลายระบาย ดูแลเส้นทางน้่ำให้น้ำไหลลงแม่น้ำสายหลักให้เร็ว
ขณะที่อดีตอธิบดีกรมชลประทาน เตือนว่า แม้การทำงานร่วมกันของหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น และชุมชนที่ผ่านมา ช่วยลดความรุนแรงของน้ำท่วมได้หลายครั้ง แต่ไม่ควรประมาท เพราะภัยพิบัติอาจรุนแรงขึ้น พร้อมย้ำให้จังหวัดทบทวนมาตรการป้องกัน ปรับแผนให้ทันสถานการณ์ ฝึกซ้อมการเผชิญเหตุ และอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องในการรับมือกับอุทกภัยครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้น