กมธ.วิสามัญวุฒิสภา เดินหน้าพิจารณางบฯ กระทรวงการคลัง ปี 2570 เน้นวินัยการคลัง บริหารหนี้สาธารณะ และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 411 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา พร้อมด้วยกรรมาธิการและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ได้จัดประชุมครั้งที่ 5 เพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการคลัง โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเข้าชี้แจงข้อมูลและตอบข้อซักถามของคณะกรรมาธิการ
โดยมีผู้เข้าชี้แจงประกอบด้วย นายอรรถพล อรรถวรเดช รองปลัดกระทรวงการคลัง นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร ผู้แทนกรมสรรพสามิต รวมทั้งผู้บริหารจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม กองทุนการออมแห่งชาติ และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
ในช่วงเช้า คณะกรรมาธิการได้พิจารณาภาพรวมงบประมาณของกระทรวงการคลัง เพื่อประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการคลังของประเทศและการจัดสรรงบประมาณในภาพรวม ก่อนพิจารณารายละเอียดของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานของกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก พร้อมทั้งติดตามความคุ้มค่าและประสิทธิผลของการใช้งบประมาณให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงเป้าหมาย
จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณางบประมาณของสำนักงานเศรษฐกิจการคลังและสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ โดยกรรมาธิการได้ซักถามถึงแนวทางการรักษาวินัยการเงินการคลัง การบริหารหนี้สาธารณะ การขยายพื้นที่ทางการคลัง และการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวน เพื่อให้การดำเนินนโยบายการคลังของประเทศเป็นไปอย่างรอบคอบและยั่งยืน
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังได้พิจารณางบประมาณของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกองทุน การบริหารหนี้ และการขยายโอกาสทางการศึกษา เพื่อให้เยาวชนไทยสามารถเข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
ในช่วงบ่าย คณะกรรมาธิการได้พิจารณางบประมาณของหน่วยงานจัดเก็บรายได้หลักของประเทศ ได้แก่ กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และกรมสรรพากร โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ การขยายฐานภาษี การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดเก็บภาษี การป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี ตลอดจนการยกระดับระบบการจัดเก็บรายได้ให้สอดรับกับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างฐานะการคลังของประเทศในระยะยาว
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา กล่าวว่า การพิจารณางบประมาณของกระทรวงการคลังในครั้งนี้ ถือเป็นภารกิจสำคัญ เนื่องจากกระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ คณะกรรมาธิการจึงให้ความสำคัญกับการพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งในประเด็นการบริหารหนี้สาธารณะ การจัดเก็บรายได้ของรัฐ การบริหารทรัพย์สินของแผ่นดิน ตลอดจนการใช้จ่ายงบประมาณด้านสวัสดิการและการช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์ของงบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน
นายวุฒิชาติ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการไม่ได้มุ่งเพียงตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขงบประมาณ แต่ยังให้ความสำคัญกับผลสัมฤทธิ์ของการใช้จ่ายงบประมาณในระยะยาว โดยได้ซักถามและให้ข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินนโยบายการคลังมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
“งบประมาณแผ่นดินเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน คณะกรรมาธิการจึงทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีความคุ้มค่า โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย” นายวุฒิชาติ กล่าว
ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการยังได้พิจารณางบประมาณของกรมธนารักษ์ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของแผ่นดินอย่างโปร่งใสและคุ้มค่า ส่วนการพิจารณางบประมาณของกรมบัญชีกลาง ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารเงินคงคลัง การเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และการกำกับดูแลการใช้จ่ายเงินแผ่นดินให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และตรวจสอบได้
คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ยืนยันว่าจะดำเนินการพิจารณางบประมาณของทุกหน่วยงานด้วยความรอบคอบ ยึดหลักความคุ้มค่า ความโปร่งใส และประโยชน์สูงสุดของประชาชน เพื่อจัดทำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเสนอต่อวุฒิสภา สำหรับประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระต่อไป.
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของคณะกรรมาธิการได้ที่ https://www.senate.go.th/view/502/main/TH-T

