“สว.พิสิษฐ์” โฆษกวิปวุฒิสภา แถลงผลการดำเนินงานในสมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ระหว่าง 14 มี.ค.-11 ก.ค. 69

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.30 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.) นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานด้านนิติบัญญัติของวุฒิสภา สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ระหว่างวันที่ 14 มีนาคม 2569 – 11 กรกฎาคม 2569 โดยมีการประชุมวุฒิสภา จำนวน 30 ครั้ง ใช้เวลาประชุม 197 ชั่วโมงโดยประมาณ มีการปรึกษาหารือก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม จำนวน 15 ครั้ง มีสมาชิกขอปรึกษาหารือ 233 เรื่อง สำหรับผลการดำเนินงานด้านกฎหมาย มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ 20 ฉบับ วุฒิสภาเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร 10 ฉบับ วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม 4 ฉบับ วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม มีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา (อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมกัน) 1 ฉบับ วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม รอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา 1 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่สอง (ขั้นคณะกรรมาธิการ) 2 ฉบับ ตกไป (เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568) และคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไป มิได้ร้องขอให้รัฐสภาพิจารณาต่อไป ตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย) 2 ฉบับ ด้านการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน มีการพิจารณากระทู้ถามเป็นหนังสือ 94 กระทู้ ขอให้ตอบในที่ประชุม 51 กระทู้ (ตอบแล้ว 22 กระทู้ ค้างตอบ 8 กระทู้ และตกไป 21 กระทู้ ขอให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา 43 กระทู้ (ตอบแล้ว 6 กระทู้ ค้างตอบ 36 กระทู้ ตกไป 1 กระทู้ กระทู้ถามด้วยวาจา 44 กระทู้ (ตอบแล้ว 16 กระทู้ และตกไป 28 กระทู้) นอกจากนี้ ยังได้พิจารณารายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ จำนวน 52 เรื่อง พิจารณาแล้ว 51 เรื่อง และขอถอน 1 เรื่อง การพิจารณาญัตติ 17 เรื่อง และพิจารณารายงานประจำปีของหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ 26 เรื่อง
.
ในส่วนของผลการดำเนินงานด้านการพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งใด ๆ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่น ได้แก่ 1) การพิจารณาให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่ง พิจารณาแล้ว 6 ตำแหน่ง ให้ความเห็นชอบ จำนวน 5 ตำแหน่ง 13 คน อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรม จำนวน 1 ตำแหน่ง 1 คน การพิจารณาเลือกให้บุคคลดำรงตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง เลือกแล้ว 7 คน สำหรับการดำเนินงานด้านอื่น ๆ ได้ตั้งกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการวิสามัญ แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 13 คณะ รวม 28 ครั้ง การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ จำนวน 1 คณะ การพิจารณาเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยบันทึกการประชุมและรายงานการประชุม ของคณะกรรมาธิการ จำนวน 8 คณะ พิจารณารายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา 1 คณะ ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ 4 ฉบับ และพิจารณารายงานผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีตามข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการอีก 10 เรื่อง
.
นอกจากนี้ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. หรือกฎหมายนิรโทษกรรม ได้ชี้แจงกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลผ่านสื่อในลักษณะที่คลาดเคลื่อนและสร้างความสับสนให้สังคม ดังนี้ 1. ขอความกรุณาอย่าบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีท้ายร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ที่พยายามเชื่อมโยงไปถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งข้อเท็จจริงวุฒิสภาไม่ได้มีการแก้ไขเนื้อหาเดิมที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรเลย มีเพียงการเพิ่มเติมความผิดที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2521 และ พ.ศ. 2558 เท่านั้น 2. วุฒิสภาจำเป็นต้องเพิ่มข้อความในมาตรา 11 วรรคสอง เพื่อชี้ชัดว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่นิรโทษกรรมในทุกกรณีที่เกี่ยวกับมาตรา 112 เพื่อป้องกันไม่ให้สถาบันถูกนำมาผูกโยงกับความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งนี้ ในข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มีมาตรการช่วยเหลือบำบัดฟื้นฟูเยาวชนที่กระทำความผิดในทุกคดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยมาตรา 90/1 ในชั้นสอบสวน/อัยการ หากเยาวชนยอมรับผิด คณะกรรมการจะทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูและคุมประพฤติ โดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีอาญา และมาตรา 132 หากคดีถึงศาล ศาลมีอำนาจสั่งให้สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จัดทำแผนฟื้นฟูทดแทนการลงโทษจำคุก และหากปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน ศาลจะสั่งจำหน่ายคดี ทำให้เยาวชนไม่มีประวัติอาชญากรรมติดตัว และ 3. การที่มีการกล่าวอ้างว่าการปิดช่องนิรโทษกรรม มาตรา 112 เป็นการตัดอนาคตเยาวชน ทั้งนี้ วุฒิสภายืนยันว่า ไม่ได้ต้องการตัดอนาคตเยาวชนแต่ต้องการตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้เยาวชนตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง

