ห้ามกินไข่เปลี่ยนสีเด็ดขาด

สารจากสาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ขอชี้แจงกรณีพบ “ไข่ต้มเปลี่ยนสีเป็นสีชมพู-แดง” ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด (เช่น เชื้อในกลุ่ม Pseudomonas หรือเชื้อที่สร้างสารสี) ห้ามรับประทานอย่างเด็ดขาด
สาเหตุเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้น
ลักษณะไข่ต้มที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือสีแดงเข้มเช่นนี้ เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด (เช่น เชื้อในกลุ่ม Pseudomonas หรือเชื้อที่สร้างสารสี) ซึ่งต้องมีการส่งพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อความแน่ชัด และยืนยันเชื้อ อีกครั้ง เชื้อชนิดนี้มักจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะที่ไข่มีรอยร้าว มีความชื้น หรือเก็บรักษาไม่เหมาะสม ทำให้เชื้อภายนอกแทรกซึมเข้าไปในเปลือกไข่จนเกิดการแปรสภาพและเปลี่ยนสี “ห้ามนำมารับประทานโดยเด็ดขาด” เนื่องจากอาจทำให้เกิดภาวะอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย หรือติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารได้
คำแนะนำในการเลือกซื้อและบริโภคไข่ไก่สดที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ
เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ไข่ไก่ที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อสุขภาพในการบริโภคครั้งต่อไป ขอให้ประชาชนสังเกตหลักเกณฑ์ง่าย ๆ ดังนี้
1. สังเกตเปลือกไข่ภายนอก เลือกไข่ที่ผิวเปลือกสะอาด ไม่มีคราบดินหรือมูลสัตว์ติดอยู่ และที่สำคัญต้อง ไม่มีรอยแตกร้าว บุบ หรือมีรู เพราะรอยร้าวเหล่านี้คือช่องทางหลักที่แบคทีเรียจะสิ่งสกปรกเข้าไปปนเปื้อน
2. เลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ควรเลือกซื้อจากร้านค้า ตลาดสด หรือห้างสรรพสินค้าที่มีการจัดการด้านสุขาภิบาลที่ดี สะอาด หรือมีฉลากระบุแหล่งที่มาและวันหมดอายุที่ชัดเจน
3. การเก็บรักษาที่ถูกสุขลักษณะ เมื่อซื้อมาแล้ว ควรล้างมือให้สะอาดหลังหยิบจับ และควรเก็บไข่ไว้ในตู้เย็น (ช่องเก็บไข่) โดยหันด้านแหลมลง ด้านป้านขึ้น เพื่อรักษาคุณภาพไข่ให้สดใหม่อยู่เสมอ และควรรีบบริโภคให้หมดภายในระยะเวลาที่เหมาะสม
ข้อควรระวัง หากพี่น้องประชาชนพบเจอไข่ไก่ที่มีลักษณะผิดปกติหรือเปลี่ยนสีเช่นนี้ในพื้นที่อีก ขอความร่วมมือ “งดบริโภคทันที” และโปรดแจ้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ของท่านทันที เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและควบคุมความปลอดภัยร่วมกับฝ่ายปกครองได้อย่างทันท่วงที
—————————————-
นายทศพล บุญพัฒน์ / แม่ฮ่องสอน

