***ชาวแพร่เฮ สว. พบประชาชน ภาคเหนือ (ตอนบน) ลงพื้นที่บ้านห้วยฮ่อม เพื่อรับฟังปัญหาประชาชนพื้นที่สูง เยี่ยมชุมชน “มลาบรี” มุ่งเน้นช่วยเหลือกลุ่มเด็กเยาวชน
พร้อมแนะแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุกมิติ
***

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุมโรงเรียนบ้านห้วยฮ่อม ตำบลบ้านเวียง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน) นำโดย นายพละวัต ตันศิริ ประธานคณะกรรมการฯ นำสมาชิกวุฒิสภา ประกอบด้วย นายมังกร ศรีเจริญกูล นางกัลยา ใหญ่ประสาน นายสุทิน แก้วพนา นางสาวมณีรัฐ เขมะวงศ์
และนายธีรศักดิ์ อรัญพิทักษ์ ร่วมหารือกับภาครัฐ ภาคประชาชน ในการนี้ นายชัยสิทธิ์ ชัยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวต้อนรับคณะ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ ประชาชนในพื้นที่ร่วมให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะ และแนวทางการพัฒนา
ด้านนายพละวัต ตันศิริ ประธานคณะกรรมการฯ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์การลงพื้นที่และ บทบาทหน้าที่ อำนาจของวุฒิสภา ทั้งในเรื่องการพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน การพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะกรรมการฯจะได้รับฟังข้อเสนอจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาการแก้ไขปัญหาตามกลไกของวุฒิสภา ตลอดจนการนำข้อมูลส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการวุฒิสภาที่เกี่ยวข้องในประเด็นต่าง ๆ
สำหรับประเด็นการหารือในวันนี้ ประกอบด้วย 5 ประเด็นสำคัญ คือ 1) ด้านการปกครองและความมั่นคง 2) ด้านการศึกษา 3) ด้านการสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต 4) ด้านอาชีพ 5) ด้านสิทธิมนุษยชน โดยภาครัฐ ภาคประชาชนในพื้นที่ได้สะท้อนปัญหาในหลายประเด็นสำคัญ ดังนี้
1) ด้านการปกครองและความมั่นคง นายอำเภอร้องกวาง ได้สะท้อนสถานการณ์การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่สูง โดยปัจจุบันชุมชน “มละบรี” ที่เริ่มตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ปี 2515 มีการขยายตัวและเผชิญปัญหายาเสพติดในกลุ่มแรงงานรับจ้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านภาษา ความแตกต่างทางชาติพันธุ์ และปัญหาความยากจน ส่งผลให้การสื่อสารและการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปด้วยความยากลำบาก หน่วยงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ และภาคีเครือข่าย จึงได้ร่วมกันดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันในกลุ่มเยาวชน การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน การใช้ระบบการบำบัดรักษาในชุมชน (CBTX) รวมถึงการพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเข้าสู่วงจรยาเสพติด
2) ด้านการศึกษา ผู้แทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 1 รายงานว่า ปัจจุบันมีการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์มละบรีอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการและกลไกความร่วมมือหลายภาคส่วน อย่างไรก็ตาม ยังพบเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาในระดับจังหวัดจำนวนมาก ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากข้อจำกัดด้านวิถีชีวิตดั้งเดิม ภาษา ความเข้าใจในการเรียนรู้ ขณะที่โรงเรียนบ้านห้วยฮ่อม ซึ่งเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษา พบว่านักเรียนจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาความยากจน ไม่ได้รับประทานอาหารเช้าก่อนมาโรงเรียน ส่งผลต่อพัฒนาการด้านการเรียนรู้ โดยเฉพาะการอ่านและการเขียน โรงเรียนจึงได้ส่งเสริมกิจกรรมพัฒนาทักษะการแสดงออกและความกล้าแสดงออกควบคู่กันไป พร้อมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนโครงการอาหารเช้า เครื่องทำน้ำอุ่น รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางสัญจรและทางเดินของนักเรียนให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
3) ด้านการสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต สาธารณะสุขอำเภอร้องกวาง กล่าวถึง การบริหารจัดการภารกิจถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สู่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีการดำเนินการครบถ้วน 100 เปอร์เซ็นต์ มีการบริหารจัดการภายหลังการถ่ายโอนภารกิจ อย่างไรก็ตาม ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะชนเผ่ามละบรียังคงไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง พบปัญหาสุขภาวะ เรื่องทุพโภชนาการ มีภาวะเตี้ย น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
4) ด้านอาชีพ แรงงานจังหวัดแพร่ได้สะท้อนถึงข้อจำกัดด้านที่ดินทำกินและโอกาสในการประกอบอาชีพ เนื่องจากส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาการรับจ้างรายวันและแรงงานภาคเกษตรเป็นหลัก ส่งผลให้รายได้ไม่มั่นคง โดยหลายหน่วยงานได้เสนอแนวทางสนับสนุนการสร้างอาชีพที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ทั้งการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ และการพัฒนาทักษะอาชีพควบคู่กับการสร้างรายได้ในชุมชน ทั้งนี้ จังหวัดแพร่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินโครงการส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชนมละบรีอย่างต่อเนื่อง
5) ด้านสิทธิมนุษยชน ผู้แทนสำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัดแพร่ ได้รายงานต่อที่ประชุม ถึงการส่งเสริมสิทธิขั้นพื้นฐานของกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข การเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ และการดำรงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดยเน้นการสร้างความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพในความหลากหลายทางชาติพันธุ์ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาได้อย่างเท่าเทียม
ภายหลังการประชุมหารือ คณะกรรมการฯได้ลงพื้นที่เยี่ยมชุมชนมละบรีเพื่อรับฟังความต้องการพื้นฐานและข้อมูลเพิ่มเติมจากประชาชน ทั้งนี้ ชนเผ่ามละบรี ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ตามป่าลึกบริเวณรอยต่อจังหวัดน่านและแพร่ คำว่า “มละ” (แปลว่า คน) และ “บรี” (แปลว่า ป่า) ปัจจุบันปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการเร่ร่อนมาสู่การตั้งถิ่นฐานและมีส่วนร่วมกับสังคมภายนอกมากขึ้น
สำหรับข้อมูลที่ได้รับจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ จะนำเข้าสู่กระบวนการติดตาม เสนอแนะ และผลักดันผ่านกลไกของวุฒิสภา ตลอดจนการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดแพร่ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
……………………………………………………….

