***กมธ.การทหารฯ ลงพื้นที่ความมั่นคงชายแดน ณ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงจังหวัดนครพนม***

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00-12.00 นาฬิกา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน คนที่หนึ่ง ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธาน คนที่สอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รองประธาน คนที่สาม นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี รองเลขานุการและรองโฆษกคณะกรรมาธิการ ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ กรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการ เดินทางลงพื้นที่ติดตามภารกิจงานความมั่นคง ณ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบตามลำน้ำโขงจังหวัดนครพนม
ในการนี้ พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข.นาวาเอก ชลทัย รัตนเรือง รอง ผบ.นรข. นาวาเอก สมัคร สมเหมาะหน.ชบ.นรข. นาวาเอก อูนนที มุสิกะนันท์ เสธ.นรข. นาวาเอก แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม และคณะผู้บัญชาการ นรข. รวมถึงว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รอง ผวจ.นครพนมพ.ต.อ.สำเนาว์ กรุยกระโทก รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม (ปส.1) ให้การตอนรับและบรรยายสรุปเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานของ นรข.ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายคุ้มครองและช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆตามหลักมนุษยธรรมในพื้นที่ความรับผิดชอบเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงรวมทั้งสนับสนุนกำลังทางบกในการรักษาความมั่นคงและการป้องกันประเทศซึ่งซึ่งมีระยะทางน้ำรวม 928 กิโลเมตรและการวางกำลังในพื้นที่รับผิดชอบตั้งแต่อำเภอเชียงของจังหวัดเชียงรายจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี
โดยในส่วน นรข.เขตนครพนมที่รับผิดชอบพื้นที่ 252 กิโลเมตรตั้งแต่ สน. เรือบ้านแพง สน. เรือนครพนมสน. เรือธาตุพนม และสน. เรือมุกดาหาร ซึ่งมีสภาพความพร้อมของยุทโธปกรณ์ เช่นเรือ รตล.แบบเก่าจำนวน 2 ลำเรือ รตล.แบบใหม่จำนวน 7 ลำ และเรือ จล.จำนวน 17 ลำ สำหรับรองรับภัยคุกคามรูปแบบเดิมทั้งปัญหาเส้นเขตแดนและเกาะดอนในพื้นที่รับผิดชอบ เช่น เขตแดนตามอนุสัญญาวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ 2469 (ค.ศ 1926) อาทิบริเวณที่ไม่มีเกาะให้ใช้ร่องน้ำลึกของแม่น้ำโขงเป็นเส้นเขตแดนหรือบริเวณที่มีเกาะให้ใช้ร่องน้ำที่ใกล้ฝั่งไทยที่สุดเป็นเส้นเขตแดนหรือหากร่องน้ำที่ใกล้ฝั่งไทยที่สุดนั้นเกิดจากการตื้นเขิน ให้ร้องต่อข้าหลวงใหญ่ เป็นต้น ตลอดจนการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในพื้นที่ เช่นสถานการณ์ยาเสพติด ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองและการค้ามนุษย์ ปัญหาการลักลอบส่งสินค้าหนีภาษี ปัญหาแก๊งค์ call center หรือสแกมเมอร์ซึ่งจะต้องบูรณาการร่วมกันของฝ่ายทหารและฝ่ายตำรวจด้วยความระมัดระวังและปราบปรามอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ การขาดเครื่องมืออุปกรณ์โดยเฉพาะเครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการตรวจจับในเวลากลางคืนถือว่ามีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงตามแนวชายแดนได้เป็นอย่างดียิ่ง และในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติการของหน่วยทหารและตำรวจในพื้นที่เพื่อการลาดตระเวนตรวจตราและตรวจจับซุ่มจับผู้กระทำการผิดกฎหมายและเป็นภัยต่อความมั่นคงของราชอาณาจักรไทยในยามวิกาล
โดยพลเอก สวัสดิ์ ทัศนาประธานคณะกรรมาธิการได้กล่าวถึงความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของ นรข.และฝ่ายตำรวจในพื้นที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเครื่องมือยุทธปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเพียงพอในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนซึ่งคณะกรรมาธิการรับที่จะนำไปพิจารณาตามกรอบอำนาจหน้าที่เพื่อให้การรักษาความมั่นคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ
หลังจากนั้น ผู้บัญชาการ นรข.ได้นำประธานคณะกรรมาธิการและคณะเดินทางลงเรือตรวจการจำนวน 4 ลำเพื่อตรวจตราตามริมน้ำโขงตลอดแนวชายแดนในช่วงเขตเทศบาลเมืองนครพนมไปจนถึงสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 เพื่อดูการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตนครพนม พร้อมกันนี้ได้รับฟังบรรยายสรุปณบริเวณท่าเทียบเรือของนรข.ด้วย
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลและข้อเท็จจริง รวมทั้งข้อเสนอแนะของหน่วยไปประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการภายใต้กรอบของกฎหมายในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป

