ยึดคืนพื้นที่ คทช.ถูกกลุ่มทุนปลูกขิง

Uncategorized

ยึดคืนพื้นที่ คทช.ถูกกลุ่มทุนปลูกขิง

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน นำกำลังหน่วยป่าไม้ตรวจสอบพื้นที่ คทช.ในอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน หลังทราบข่าวว่า มีกลุ่มทุนชาวม้งจาก จังหวัดเพชรบูรณ์ เข้ามากว้านซื้อที่ดินคทช.เพื่อปลูกขิง สั่งเพิกถอน คทช.เนื่องจากผิดเงื่อนไข

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 นายเกษม คำมา ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอนได้มอบหมายให้ นายสมจินต์ เนตรประดิษฐ์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขา แม่ฮ่องสอน นำกำลังเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่.มส.5 แม่สะเรียง ตัวแทนจากองค์การบริหารส่วนตำบลแม่เหาะ เข้าพื้นที่ตรวจสอบการหลังมีการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอแม่สะเรียง ว่ามีกลุ่มนายทุนต่างพื้นที่ (เผ่าม้ง) มาจากจังหวัดเพชรบูรณ์.ได้มาเช่าที่จากราษฎรตำบลแม่เหาะ หมู่ที่5,6,7,8 อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อปลูกไร่ขิง ซึ่งทางปกครองอำเภอแม่สะเรียงได้เข้าดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นไปแล้วเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา .

นายสมจินต์ เนตรประดิษฐ ผอ.สปฟ.สจป.ที่.1 สาขาแม่ฮ่องสอน ได้ทำการชี้แจ้งข้อกฎหมายและข้อปฏิบัติให้กลุ่มนายทุนที่มากว้านเช่าพื้นที่ป่าปลูกไร่ขิง ให้ได้รับทราบ ว่า บริเวณพื้นที่ที่เช่าปลูกขิง พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งซ้าย ซึ่งทางรัฐบาลได้ออกพื้นที่ คทช.ให้ชาวบ้านอาศัยทำกิน โดยห้ามซื้อขายจ่ายโอน สืบทอดทางมรดกได้เท่านั้น ซึ่ง การเช่าพื้นที่ปลูกขิงถือว่าทำผิดระเบียบข้อกฎหมาย เนื่องจากไม่ใช่ญาติพี่น้องเป็นคนต่างพื้นที่การเข้ามาดำเนินการในพื้นที่ คทช ในฐานะผู้เช่า จึงผิดระเบียบผิดเงื่อนไข จึงต้องทำการเพิกถอนพื้นที่ทำกินดังกล่าว พร้อมจัดทำป้ายยึดพื้นที่ห้ามเข้าไปดำเนินการใดๆทั้งสิ้น หากมีการฝ่าฝืนเข้าดำเนินการก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ซึ่งในวันนี้ได้ดำเนินการติดป้ายตรวจยึดพื้นที่คืน 2 แปลง 9 ไร่ ในพื้นที่ หมู่ 8 บ้านห้วยป่ากั้ง ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ ให้กลุ่มนายทุนยุติการทำไร่ขิงทันที และ พื้นที่ทั้งสองแปลงจะต้องถูกเพิกถอนออกจากโครงการ คทช เนื่องจากผิดเงื่อนไข

ทั้งนี้ ป้ายที่ติดประกาศไว้มีข้อความว่า เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย ห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดินก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา 14(2) ตามพระราชบัญญัติ ป่าสงวนแห่งชาติ พุทธศักราช 2507 บทกำหนดโทษ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 14 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และ ปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 50,000บาท ป่าต้นน้ำลำธารต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 150,000 บาท
————————————
ทศพล / แม่ฮ่องสอน